อาการบาดเจ็บของนักวิ่ง🏃💢 ในการเล่นกีฬาหรือออกกำลังกายย่อมมีการบาดเจ็บเป็นธรรมดา แต่ก็จะดีกว่าหากป้องกันอาการบาดเจ็บต่างๆ ไม่ให้เกิดขึ้น
เพราะการเคลื่อนที่มีความเร็วในจุดที่ทั้ง 2 เท้าอยู่เหนือพื้นในขณะเดียวกัน ซึ่งแตกต่างจากการเดินตรงที่เท้าหนึ่งจะต้องสัมผัสพื้น การวิ่งยังมีความเร็วที่แตกต่างกัน มาดูอาการบาดเจ็บยอดฮิตที่นักวิ่งต้องเจอ👉👉
📍กล้ามเนื้อหน้าแข้งอักเสบ (Shin Splints)
กล้ามเนื้อหน้าแข้งอักเสบ มักเกิดกับนักวิ่งมือใหม่ ที่หักโหมในการวิ่งมากเกินไป จนทำให้กล้ามเนื้อหน้าขา หดตัวอย่างรวดเร็ว และ เกิดการอักเสบ นอกจากนี้ ยังเกิดจากการวิ่งบนพื้นคอนกรีต รองเท้าวิ่งที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งไม่สามารถรองรับน้ำหนักขา ได้ดีเท่าที่ควร ซึ่งอาการกล้ามเนื้อหน้าแข้งอักเสบ
💢อาการ : เจ็บบริเวณแนวหน้าแข้ง และ มีอาการปวดหัวเข่าร่วมด้วย
✨การรักษาเบื้องต้น :
ให้ประคบเย็น ประมาณ 15 – 20 นาที เป็นประจำทุกวัน จนกว่าจะหาย หากต้องการกลับมาวิ่งใหม่ ไม่ควรหักโหมมากนัก โดยให้ยืดเส้นก่อนวิ่ง และหากต้องการเพิ่มระยะทางการวิ่ง ก็ค่อยๆ ปรับโปรแกรมการวิ่ง ด้วยการเพิ่มระยะทางขึ้นไปเรื่อยๆ ไม่เกิน 10% ต่อสัปดาห์
📍กระดูกอ่อนเข่าอักเสบจากการวิ่ง (Runner’s knee)
อาการกระดูกอ่อนเข่าอักเสบ จากการวิ่ง เป็นอาการเจ็บเข่าจากการวิ่ง ที่พบได้บ่อยมาก เป็นการบาดเจ็บบริเวณ ผิวกระดูกอ่อนลูกสะบ้า สาเหตุมักมาจากท่าวิ่งที่ผิดวิธี ไม่ว่าจะเป็น วิ่งก้าวเท้ายาวเกินไป วิ่งกระแทกส้นเท้า วิ่งไขว้ขา วิ่งยกเข่าสูงเกินไป
💢อาการ : เวลาวิ่งจะรู้สึกปวดเข่าด้านหน้า โดยเฉพาะตอนงอเข่า วิ่งขึ้น – ลงจากที่สูง เพราะลูกสะบ้าอักเสบ จากการเสียดสีกับกระดูกต้นขา หรือแม้แต่ตอนเหยียดเข่า ก็จะรู้สึกปวดหัวเข่าเช่นกัน
✨การรักษาเบื้องต้น :
ให้หยุดพักจากการวิ่ง แล้วประคบเย็นวันละ 2 – 3 ครั้ง ครั้งละประมาณ 15 นาที จนกว่าจะหายดี
📍กล้ามเนื้อสะโพกอักเสบ (Piriformis Syndrome)
หากกล้ามเนื้อสะโพกอักเสบ จะส่งผลให้รู้สึก เจ็บเข่าจากการวิ่งได้ เพราะกล้ามเนื้อที่อยู่บริเวณก้น ใกล้กับสะโพก จะไปกดทับเส้นประสาทที่อยู่ใกล้กัน ทำให้ขณะวิ่ง จะรู้สึกปวดก้น ร้าวไปยังหัวเข่า และ ขา สาเหตุมาจาก การหักโหมในการวิ่งมากเกินไป
💢อาการ : ปวดบริเวณก้น ร้าวไปยังหัวเข่าและขา
✨การรักษาเบื้องต้น :
หากกล้ามเนื้อสะโพกอักเสบ รู้สึกวิ่งแล้วเจ็บเข่า ปวดหัวเข่า ให้หยุดพักจากการวิ่ง แล้วประคบเย็น สลับกับ ประคบร้อน ประมาณ 15 นาที ทุก 2 – 3 ชั่วโมง หากหายดีแล้ว และอยากกลับมาวิ่งใหม่ ก็ควรยืดกล้ามเนื้อก่อนการวิ่ง รวมถึงหลีกเลี่ยงการวิ่งบนพื้นลาดชันด้วย
📍เจ็บเข่าด้านนอก (Iliotibial Band Syndrome)
วิ่งแล้วเจ็บเข่าด้านนอก หรือ เรียกสั้นๆ ว่า อาการ ITB เป็นอาการเจ็บเข่าจากการวิ่ง ที่พบได้บ่อยเช่นกัน โดยอาการ ITB เป็นการบาดเจ็บ บริเวณเส้นเอ็นข้างเข่าส่วนปลาย ที่เสียดสีกับปุ่มกระดูกข้างเข่าบ่อย จนทำให้เอ็นเข่าอักเสบ
💢อาการ : หากมีอาการ ITB เวลาวิ่งจะรู้สึกปวดหัวเข่าด้านนอก เจ็บเส้นเอ็นข้างๆ เข่า เพราะเอ็นเข่าอักเสบ จะรู้สึกปวดตั้งแต่บริเวณเข่าด้านนอก ขึ้นไปถึงต้นขา และ สะโพกได้ หากเป็นหนักมาก หัวเข่าด้านข้างอาจบวมขึ้นมาด้วย
✨การรักษาเบื้องต้น
หากวิ่งแล้วเจ็บเข่าด้านนอก แนะนำให้ประคบเย็น ประมาณ 20 นาที และ พัก 1 ชั่วโมง สลับกันตลอดวัน จนกว่าจะหายดี หากหายดีแล้ว และ ต้องการกลับมาวิ่งใหม่ ก็ควรยืดหยุ่นกล้ามเนื้อ ก่อนวิ่งทุกครั้ง พร้อมเสริมสร้างความแข็งแรง ให้กับขา และ สะโพกเป็นประจำ
📍ปวดหลังช่วงล่าง (Low Back Pain)
อาการปวดหลังช่วงล่าง จากการวิ่ง สามารถส่งผลให้ปวดกล้ามเนื้อขาหลัง และ ลามไปยังหัวเข่าได้ โดยอาการปวดหลังช่วงล่าง สาเหตุหลักมาจาก กล้ามเนื้อหลังไม่แข็งแรง
💢อาการ : ปวด ตึง บริเวณหลังช่วงล่าง ก้น กล้ามเนื้อขาหลัง และหัวเข่า
✨การรักษาเบื้องต้น
ให้หยุดพักจากการวิ่ง รวมถึงหยุดเล่นกีฬาทุกประเภท แล้วประคบเย็น สลับกับ ประคบร้อน ประมาณ 15 นาที ทุก 2 – 3 ชั่วโมง
ท้ายสุดสำหรับการวิ่ง คือ การยืดเหยียดกล้ามเนื้อ การอบอุ่นร่างกายนั่นเอง เพราะขั้นตอนเหล่านี้จะช่วยลดความเสี่ยงที่จะได้รับบาดเจ็บได้เป็นอย่างมาก
#ThaiRun
วิ่งไปด้วยกัน แข็งแรงไปด้วยกัน อยู่รักกันไปนานๆ









