เมื่อช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2567 ที่ผ่านมา Suunto ได้ทำการเปิดตัวและวางจำหน่าย Suunto Race S

 นาฬิกามัลติสปอร์ตสายเพอร์ฟอร์แมนซ์รุ่นใหม่ ที่คราวนี้ได้ปรับโฉมมาให้มีขนาดเล็กลง และมีน้ำหนักที่เบาลงกว่าเดิมถูกออกแบบมาให้ตอบโจทย์คุณผู้หญิงมากยิ่งขึ้น และคนที่มีข้อมือขนาดเล็ก ก็สามารถใช้งานได้

สำหรับเพื่อนๆ ที่กำลังมองหานาฬิกาสายเพอร์ฟอร์แมนซ์มาใช้งานในการวิ่ง, วิ่งเทรล, ว่าย, ปั่น, ฟิตเนส, เวท ฯลฯ ลองมาทำความรู้จักกับนาฬิการุ่นนี้เพิ่มเติมกันก่อน

หน้าจอและขนาดเล็กลง

Suunto Race S มาในขนาดตัวเรือน 45มม. ซึ่งเล็กกว่า Suunto Race ที่มีขนาด 49มม. โดยเป็นหน้าจอ AMOLED ขนาด 1.43 นิ้ว ที่แสดงสีสันได้สดใจและคมชัด สั่งงานผ่านการทัชสกรีนและมีปุ่มกดและเม็ดมะยม (digital crown) ด้านข้างตัวเรือน ตัวเรือน Stainless steel และกระจกกันรอยเป็น Gorilla Glass เพื่อป้องกันรอยขีดข่วน

น้ำหนักเบาลง

ใน Suunto Race นอกจากจะมีตัวเรือนที่ขนาดใหญ่แล้ว หลายๆ ท่านยังรู้สึกว่ามีน้ำหนักค่อนข้างเยอะ เวลาซ้อมหรือแข่งขันจะรู้สึกไม่สะดวก ในรุ่นนี้ได้ปรับลดน้ำหนักลงมา โดยมีน้ำหนัก 60 กรัม ซึ่ง Suunto Race นั้นมีน้ำหนัก 83 กรัม เวลาใช้งานรู้สึกเบาขึ้นชัดเจน

ขนาดเล็กลง แต่แบตเตอรี่ยังอึด

ถึงแม้ขนาดแบตเตอรี่จะน้อยกว่า Suunto Race แต่ Suunto Race S ก็ถือเป็นนาฬิกาที่มีแบตอึดเมื่อเทียบกับนาฬิกาที่มีหน้าจอ AMOLED ทั่วไป โดยสามารถใช้งานในโหมดทั่วไปที่เปิดโหมด Always On Display ได้นานถึง 5 วัน และถ้าปิดโหมด รวมถึงมีการออกกำลังกาย 1 ชม. ต่อวัน จะสามารถใช้งานได้นานถึง 7 วันด้วยกัน 

นอกจากนี้ถ้าเปิดโหมด Performance ที่เน้นเรื่องความแม่นยำของ GPS จะสามารถใช้งานต่อเนื่องได้นาน 30 ชั่วโมง แต่ถ้าเป็นโหมด Endurance จะสามารถใช้งานต่อเนื่องได้ 40 ชั่วโมง 

รองรับหลากหลายกีฬา

มีโหมดกีฬามากถึง 95+ ชนิดกีฬา ไม่ว่าคุณจะเป็นสายวิ่ง , ว่าย , ปั่น , เทรล , ไตรกีฬา ,ฟิตเนส , เวท และ อื่นๆ อีกมากมาย ทำให้สามารถครอบคลุมการออกกำลังกายทั้งในร่มและกลางแจ้ง 

พร้อมทั้งยังมีการเก็บค่าสถิติที่แม่นยำสำหรับการฝึกซ้อมเพื่อไปแข่งขัน และตัววัดสุขภาพที่จะเก็บข้อมูลอย่างครบถ้วน อีกทั้งยังมี Suunto Coach AI ที่จะเข้ามาช่วยวางแผนในการออกกำลังกายได้เหมาะสมกับความต้องการ

สำหรับนักวิ่ง มีการนำข้อมูลจากแอปชื่อดังอย่าง Training Peak มาแสดงผลบนหน้าจอ ไม่ว่าจเป็นค่า Training Stress Balance ค่าความสมดุลของความเข้มข้น ความเครียดในการฝึกซ้อม และ Chronic Training Load ค่าโหลดที่ดูระยะเวลาในการวิ่งกับความเข้มข้นโดยจะประเมินข้อมูลเป็นรายสัปดาห์ และค่าอื่นๆ อีกมากมายที่จะเข้ามาช่วยดูว่าร่างกายคุณพร้อมกับการฝึกซ้อมและการแข่งมากแค่ไหน 

สำหรับสายเทรล ก็มีฟีเจอร์จัดเต็มมาให้ อาทิ แผนที่ออฟไลน์ ที่สามารถดาวน์โหลดเส้นทางเอาไว้ใช้งานหรือวิ่งตามเส้นทางได้ พร้อมกับ Altimeter และ Barometer ดูสภาพอากาศและความชันจากระดับน้ำทะเล

นอกจากนี้ยังมี Ghost Runner ตัวช่วยที่เปรียบเสมือนเป็น Pacer คอยนำวิ่งให้, Cooper Test การทดสอบวิ่งในเวลาที่กำหนดเพื่อทำนายความเร็วในการวิ่ง 10k และ Burner ตัวช่วยติดตามการเผาผลาญพลังงานจากไขมัน และ คาร์โบไฮเดรตในแต่ละกิจกรรมการออกกำลังกาย

เป็นสมาร์ตวอชในชีวิตประจำวัน

ตัวนาฬิกามาพร้อมกับการวัดชีพจร การติดตามก้าวเดิน และด้านสุขภาพต่างๆ เช่น การเผาผลาญ, การนอนหลับ รวมไปถึงการแจ้งเตือนอัจฉริยะที่ทำให้การใช้ชีวิตประจำวันสะดวกขึ้น และยังผ่านมาตรฐานทางการทหาร / กันน้ำลึก 100 ม. / ใช้งานได้ที่อุณหภูมิ -20° C to +55° C สามารถเชื่อมต่อและซิงค์ข้อมูลผ่านแอปพลิเคชัน Suunto App

จากฟีเจอร์เด่นจะเห็นได้เลยว่า Suunto Race S ถูกปรับมาให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น และเหมาะสำหรับผู้หญิงหรือคนที่มีข้อมือขนาดเล็กแล้ว แถมยังเปิดราคามาดี 13,900 บาท มีให้เลือกใช้งานได้หลายสี

บทความก่อนหน้านี้Merrell Morphlite รองเท้าวิ่ง hybrid ที่วิ่งถนนก็ได้ เทรลก็ดี
บทความถัดไปReview Hoka Rincon 4
กองบรรณาธิการที่เขียนเกี่ยวกับเรื่องวิ่งเป็นหลัก เป็นมิตรและรักทุกคนโดยเท่าเทียมจ้า