Home Blog Page 12
ก่อนหน้านี้หลายปี การรณรงค์เรื่อง “เดินวันละ 10,000” ได้กระตุ้นให้คนไทยตื่นตัวและออกมาเดินให้ครบตามเป้าหมาย และกลายเป็น target ส่วนตัวของแต่ละคน ที่อย่างน้อย ๆ ต้องเดินหรือวิ่งให้ครบวันละ 10,000 ก้าว เชื่อว่าหลาย ๆ คนยังคงทำตามเป้าหมายนี้อยู่ และสุขภาพก็ดีขึ้นด้วยใช่ไหมคะ #ทำไมต้อง 10,000 ก้าว คำแนะนำจากองค์การอนามัยโลก หรือ WHO บอกว่า ถ้าเราออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 30 นาที  หรืออาทิตย์ละอย่างน้อย 150 นาทีขึ้นไป แน่นอนว่าเราจะห่างไกลโรค NCDs ที่มีทั้งเบาหวาน โรคอ้วน ความดัน โรคหัวใจ ฯลฯ ที่เป็นโรคอันเกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตของเรานี่ล่ะจะ การเดิน 10,000 ก้าว เท่ากับระยะทางประมาณ 6-8 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงกว่า ๆ ความเร็วจะไม่เกิน 6 กม./ชม. มากกว่านั้นเป็นวิ่ง จะช่วยเผาผลาญพลังงาน 200 - 500 กิโลแคลอรี่ และการเดินก็ไม่เสี่ยงกับอาการบาดเจ็บด้วย
ในสนามวิ่งระยะมาราธอนช่าง “ยาวนาน” ใครเคยรู้สึกแบบนี้บ้างคะ? ยิ่งเป็นสนามต่างประเทศด้วยแล้ว อาจจะต้องเติมความเหงา + ความยาวนาน ลงไปด้วย เพราะแทบเราไม่รู้จักใคร เผลอ ๆ พูดภาษาบ้านเค้าก็ไม่ได้ด้วย “ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน” ก็คราวนี้แหละ ที่ต้องอยู่กับตัวเอง อยู่กับความ “ทรมานบันเทิง” ต่อสู้กับหลาย ๆ อย่าง . ล่าสุด เราเจอ พี่บอย หรือ ครูบอย (ประจักษ์ สิงห์สถิตย์) ครูโยคะอารมณ์ดี ของพี่หนูแหม่ม สุริวิภา ที่สอนโยคะมา 15 ปี แล้ว
“การวิ่งนั้นจะให้เป็นการแข่งขันก็ได้ ไม่เป็นการแข่งขันก็ได้อยู่ที่ตัวเราเองเป็นผู้กำหนด” . เราเคยตั้งคำถามกับตัวเองไหมว่า ทุกวันนี้ที่เราลงงานวิ่ง ตั้งใจซ้อมวิ่ง เรากำลังแข่งขันกับอะไร? “นักวิ่ง” ติดนิสัยอยู่อย่างหนึ่ง คือ ชอบการแข่งขัน ชอบการท้าทาย ไม่ว่าจะแข่งขันกับเวลา แข่งกับตัวเอง หรือกับกลุ่มเพื่อน ๆ . บางครั้งการแข่งขัน อาจทำให้เรา “ติดกับดัก” เป้าหมายตัวเอง จนทำให้เราวิ่งแบบไม่มีความสุขก็ได้ ในวันที่เรากำลัง “หาคำตอบ” กับการวิ่งของตัวเองอยู่ ก็เปิดไปเจอข้อความที่ว่า
คงจะมีบางวันที่เราอาจจะจ่อมจมปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น น้ำไม่ไหล ไฟดับ คิดงานไม่ออก โดนกดดัน กินข้าวไม่อร่อย ฯลฯ สารพัดเรื่องราวที่เราเจอในแต่ละวัน สภาพจิตใจเราจะไม่ดีขึ้นเลย ถ้าเราไม่เอาตัวเองออกมาจากจากจุดนั้นค่ะ . เมื่อเรามัวแต่ตั้งคำถามกับตัวเองในเรื่องราวที่เกิดขึ้น สิ่งที่ติดลบมันก็จะหมุนเป็นวงกลมรอบ ๆ เราไม่จบสิ้น จงเอาชนะมันด้วยพลังบวก และ “การวิ่ง” ช่วยคุณได้แน่นอน . เพราะเวลาที่เรา “วิ่ง หรือ ออกกำลังกาย”  ร่างกายเราจะ “หลั่งสารแห่งความสุข” ที่เรียกว่า “เอ็นโดรฟิน” ช่วยให้เรารู้สึกดีขึ้นและมีความสุขขึ้น .
UTMB เป็นสนามเทรลชั้นนำของโลก เรียกว่าเป็นที่หนึ่ง หรือเป็นโอลิมปิกของนักวิ่งเทรลก็ว่าได้ สนามอยู่ที่ฝรั่งเศส เวลาวิ่งจะวิ่งรอบยอดเขามงบล็อง (Mont Blanc) วิ่งผ่าน 3 ประเทศ มีฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ และอิตาลี นักวิ่งไทย และนักวิ่งทั่วโลกก็อยากไปวิ่งที่สนามนี้ ในปีหนึ่งมีนักวิ่งร่วมแสนคนที่สมัครเข้าไป แต่สนามจำกัดจำนวนรับได้แค่ 10,000 คน แค่นั้น ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2008 เป็นต้นมา ทาง UTMB เลยใช้วิธีการจับล็อตโต้ให้นักวิ่งแทน เมื่อ 2 – 3 ที่ผ่านมา มีการตั้ง UTMBI (UTMB International) ขึ้นมา เป็นองค์กรที่ให้แฟรนไชส์กับสนามเทรลต่าง ๆ ทั่วโลก ที่มีมาตราฐานตามคุณสมบัติที่ทาง UTMBI กำหนดไว้ ซึ่งทางองค์กรจะมาให้คำปรึกษากับเรา ถ้าสนามเราสามารถทำได้ตามกฎเขา เราก็จะได้เป็นสนามที่ได้รับคำลงท้ายว่า “by UTMB” ซึ่งในช่วง 2 – 3 ปีนี้...
ย้อนกลับไปเมื่อปี ค.ศ. 1896 ในปีแรกที่มีการจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ฤดูร้อน สมัยใหม่ ครั้งที่ 1 การวิ่งมาราธอนถูกบรรจุเข้าไปในในการแข่งขัน โดยการแข่งขันครั้งนี้ ผู้หญิงไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมแข่งขัน ตามความคิดเห็นของ ปีแยร์ เดอ กูแบร์แต็ง (Pierre de Coubertin) หนึ่งในผู้ก่อตั้งกีฬาโอลิมปิกสมัยใหม่ และคณะกรรมการโอลิมปิกสากล ที่มองว่า “ผู้หญิงกับการแข่งโอลิมปิกดูเป็นเรื่องเพ้อฝัน เป็นไปไม่ได้ ทั้งยังไม่น่าสนใจ และยังไม่เหมาะสมอีกด้วย” และยังรวมไปถึงค่านิยมสมัยนั้น ที่มองผู้หญิงด้อยค่ากว่าผู้ชาย แม้ว่าการแข่งขันโอลิมปิกครั้งแรกนี้ จะห้ามไม่ให้ผู้หญิงเข้าร่วม แต่ก็มีผู้หญิงชาวกรีก นามว่า “Stamata Revithi” เธอชื่นชอบการวิ่งมาตั้งแต่เด็ก และเชื่อว่าเธอจะสามารถเอาชนะผู้ชายในการแข่งขันได้ Stamata รวบความความกล้าทั้งหมดที่มี เดินทางไปยังจุดปล่อยตัว แต่เมื่อไปถึงก็ช้าไปแล้ว 1 วัน การมาครั้งนี้ของเธอสร้างความสนใจให้กับทุกคน รวมไปถึงนักข่าว ทั้งยังโดนแซวจากนักวิ่งชายคนหนึ่งว่า “ถ้าหากเธอวิ่งไปถึงเส้นชัย ก็คงจะไม่มีใครอยู่ดูแล้ว” เมื่อได้ยินเช่นนั้น Stamata ย้อนกลับไปว่าไม่ควรดูถูกผู้หญิงเช่นนี้

LATEST NEWS

MUST READ