จากก้าวแรกสู่มาราธอน | วิ่ง 7k แบบไหน ให้สนุก (Chapter.7)

794

ระยะวิ่ง 7k เป็นระยะที่เลยฟันรันมานิดหน่อย และกำลังจะไปแตะ 10k หรือ มินิมาราธอน เรียกว่า เป็นระยะ “ใกล้เป้าหมายของนักวิ่งมือใหม่”

ความรู้สึกของระยะนี้ จะเป็นการต่อสู้กับ “กำแพงที่มองไม่เห็น” เจ้ากำแพงที่ว่านี้ ส่งเสียงได้ด้วยนะ บอกให้เราพอก่อน พักก่อน เหนื่อย หิวแล้ว ถ้ามันงอแงมาก ๆ ก็บอกให้เราหยุดไปเลย

การก้าวข้ามกำแพง 7k ไป แน่นอนว่าต้องฝึกซ้อมให้ร่างกายมีความอึด อดทน และชินกับระยะวิ่ง เพื่อก้าวเข้าสู่ 10k อย่างสวยงาม

การฝึกวิ่งของมือใหม่ หลังจากที่ผ่านระยะสนุก ชิลๆ อย่างระยะฟันรันมาแล้วนั้น แค่เพิ่มระยะมาอีก 2k. สำหรับบางคนที่ฝึกมาอย่างสม่ำเสมอ บอกเลยว่าสบายมาก

แต่สำหรับใครที่เพิ่งเริ่มฝึก อยากให้เริ่มจาก…
วิ่งเหยาะๆ สัก 5k แบบต่อเนื่อง และเดินอีก 2k วิ่งเหยาะๆ ที่ว่านี่คือ การวิ่งอย่างช้าๆ ด้วยความเร็วที่เรารู้สึกสบาย
และสามารถวิ่งได้นานๆ ไกลๆ เพื่อลองดูว่าร่างกายเราไหวไหม และรู้สึกยังไงบ้าง กับการการวิ่งที่ระยะเพิ่มขึ้น

หลังจากนั้น ก็ลองฝึก วิ่งเร็วสัก 4k ต่อเนื่อง และวิ่งเหยาะๆ สัก 3k เพื่อให้ร่างกายได้ฝึกวิ่งเร็วขึ้น ให้ “หัวใจ” ได้เต้นแรงในโซนหัวใจ 3-4 และ “รู้จัก” ความเหนื่อยที่เพิ่มขึ้นบ้าง

และหาเวลาฝึกวิ่งแบบ Easy Run ด้วย ก็คือ การวิ่งความเร็วประมาณ 50-60% ของความเร็วสูงสุดของเรา ไปตลอดระยะ 7k วิ่งไปเรื่อยๆ ไม่ต้องเหนื่อยมาก เพื่อให้ร่างกาย “จดจำ” ความล้า ความเหนื่อย และความรู้สึกของระยะ 7k ได้

การเพิ่มระยะไม่จำเป็นต้องรีบ “เพิ่มวันนี้หรือพรุ่งนี้” ของแบบนี้อย่าใจร้อน ให้ร่างกายเราค่อยๆ ปรับ ค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป

ถ้าเรามัวแต่ไป “จดจ้อง” ที่เป้าหมาย อยากขยับระยะไวๆ แน่อนว่าเราเองจะไม่สนุก เพราะมัวแต่กดดันตัวเอง ให้เราซ้อมวิ่งอย่างสม่ำเสมอ เหมือนกับการแปรงฟัน หรือ กินข้าว ที่ต้องทำเป็นกิจวัตรอยู่เสมอ

เมื่อ “การวิ่ง” ถูกเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมที่เราต้องทำแล้ว เมื่อนั้นเราจะรู้สึกว่า เราขาดการวิ่งไม่ได้ ไม่ว่าซ้อมวิ่งระยะเท่าไหร่ ขอแค่ให้ได้ซ้อมอย่างสม่ำเสมอก็พอ

และการวิ่งแบบเพิ่มระยะจนถึง 10k ก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินไป ขอแค่ “ใจที่อยากซ้อม” มาก่อน และ “ลงมือทำ” อย่างต่อเนื่องทุกวัน แล้วทำมันอย่างมีความสุข เท่านี้การวิ่งแบบเพิ่มระยะไปเรื่อยๆ ก็จะเป็นเรื่องสนุก และท้าทายสำหรับเราแล้วค่ะ