ASICS METARACER™ สำหรับสายแข่งขันโดยเฉพาะ

633

ในที่สุด รองเท้าที่เรารอคอย ASICS METARACER™ (เอสิคซ์ เมตะเรซเซอร์) 2020 ก็มาถึง รองเท้ามาราธอนสำหรับขาแรง ครั้งแรกของ ASICS ที่ปล่อยรองเท้าวิ่งมาพร้อมกับ Carbon Plate แถมเป็นรองเท้าคู่ที่น้ำหนักเบาที่สุดในตระกูลรองเท้าที่มีแผ่นคาร์บอนในตลาด ณ เวลานี้ คู่นี้ต้องมีอะไรดีแน่นอน

วันนี้เราเพิ่งได้มา ขอรีวิวรูปลักษณ์และคุณสมบัติภายนอก องค์ประกอบ น้ำหนัก ให้ฟังกันก่อน มาดูกันว่าทคโนโลยีสำหรับรองเท้าวิ่งระยะไกลที่ ASICS บอกว่าจัดมาให้เต็มๆอยู่ในรองเท้าตัวท็อปคู่นี้จะเป็นอย่างไร

ก่อนที่เราจะใส่มันทดสอบวิ่งทั้งอาทิตย์หน้า แล้วจะมารีวิวหลังวิ่งให้ฟังกันอีกครั้งในโพสต์ถัดๆไป

ความบาง
เรารู้อยู่แล้วว่า ASICS METARACER คู่นี้มีแผ่นคาร์บอนด้วย ในจินตนาการของเรา รองเท้าที่มีแผ่นคาร์บอนน่าจะมีพื้นหนา (อันนี้อาจจะติดตามาจากแบรนด์เพื่อนบ้าน) แต่พอได้มาเห็นตัวจริงๆ พื้นรองเท้าตัวนี้บางกว่าที่คิดไว้มากๆ ASICS ออกแบบ METARACER ให้พื้นบางมาก แค่เพียง 24 มิลลิเมตรเท่านั้น (เทียบกับ Alphafly มีพื้นสูง 39.5 mm)
เรียกว่าความหนาลดลงเกือบครึ่งของรองเท้าสายพันธุ์คาร์บอนแบบใกล้เคียงกัน

ความตั้งใจในการลดความหนาของพื้นรองเท้า ก็เห็นได้ชัดเลยคือ นักวิ่งที่คุ้นกับรองเท้าปกติ ก็ไม่ต้องปรับเท้ามาก
นรองเท้าไม่ได้หนาขึ้นจนทำให้แปลกไป การควบคุมการวางเท้า เป็นไปในลักษณะเดิม ไม่เหมือนการวิ่งด้วยรองเท้าพื้นสูง
นักวิ่งก็จะวิ่งด้วยความคุ้นชินปกติของตัวเองได้เลย

น้ำหนัก
ข้อดีมากอีกข้อของการที่ทำให้พื้นรองเท้าบาง ก็คือ น้ำหนักรองเท้า คู่นี้น้ำหนักเพียง 210 กรัมเท่านั้น (size 9 UK ชาย)
(เทียบกับ Alphafly หรือ Endorphin Pro ที่มีแผ่นคาร์บอนทั้งคู่ ทั้งคู่นั้นหนักประมาณ 230 กรัม) รองเท้า ASICS METARACER จึงเป็นรองเท้าใหม่ที่มีแผ่นคาร์บอนที่เบาที่สุดในตลาดตอนนี้เลย

แผ่นคาร์บอน
พูดถึงแผ่นคาร์บอน Carbon Plate เจ้าอาวุธลับในรองเท้าเรซซิ่งกันหน่อย ตอนนี้รองเท้าสายเรซซิ่งแทบจะทุกค่าย
จะต้องมีเจ้าแผ่นนี้ที่กลางพื้นรองเท้า เพื่อเพิ่มความเด้งให้กับตัวรองเท้า ทำให้พลังงานที่นักวิ่งใส่ไป เด้งกลับคืนมา
ช่วยให้วิ่งเร็วและเบาแรงขึ้น

ภาพรวม
นอกจากแผ่นคาร์บอนที่ ASICS METARACER คู่นี้ ซ่อนไว้บริเวณด้านหน้าของรองเท้าแล้ว ยังมีการใช้เทคโนโลยี GUIDESOLE™ ที่ ASICS บอกว่ายกระดับรองเท้าวิ่งระยะไกลของสายสปีดไปอีกเลเวล มาเป็นตัวช่วยรับแรงและส่งพลังงานย้อนกลับอีกแรง พื้นรองเท้าคู่นี้จึงถูกพัฒนาและออกแบบมา โดยคำนึงถึงการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำความเร็วของนักวิ่ง พร้อมมอบการปกป้องในขณะวิ่งไปพร้อมๆกันด้วย ด้วยการพัฒนารูปทรงของรองเท้าในบริเวณปลายนิ้วเท้าที่มีการสปริงตัวทำให้ช่วยลดการทำงานของกล้ามเนื้อได้ถึง 20% เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พลังงานให้ดียิ่งขึ้น

และแน่นอน เทคโนโลยีตัวเก่งของ ASICS อย่างพื้นรองเท้า FLYTEFOAM™ ก็ยังคงถูกใช้ในรองเท้าคู่นี้ นอกจากเจ้าโฟมตัวนี้ที่ช่วยมอบความนุ่มแล้ว มันยังตอบสนองต่อการวิ่งได้ดียิ่งขึ้นไปอีก

ด้านล่างสุดของรองเท้าคู่นี้ ทำด้วยวัสดุระดับพรีเมี่ยม ASICS grip™ และ WET GRIP RUBBER™ SPONGE
ที่ช่วยให้สามารถยึดเกาะได้ดีขึ้น แม้ในที่เปียกชื้น วิ่งหน้าฝนบ้านเราสบายชิวๆกันเลยทีเดียว

สีส้ม สไตล์ ASICS ดูปุ๊บก็รู้ว่านี่คือ ASICS มาเป็นเอกลักษณ์เลย คู่นี้เพิ่มคำว่า Tokyo มาเสริมความเท่ของรองเท้าอีกด้วย

ราคา
ในประเทศไทย METARACER™ จะวางจำหน่ายวันที่ 20 สิงหาคมนี้ ในราคา 7,500 บาท ซื้อได้จาก Shop ASICS ทั่วประเทศ ทั้ง shop จริงและออนไลน์