“วิ่งเร็ว” ได้ ต้องมีวินัย – ตอง นงลักษณ์

38

บทสัมภาษณ์ครั้งนี้ เราได้พูดคุยกับนักวิ่งสาวสวย “ขาแรง” ตอง – นงลักษณ์ สุรวัฒน์วิเศษ ที่การวิ่งของเธอก็ไม่ได้เร็วมาตั้งแต่เริ่มวิ่งแรกๆ แต่เพราะการซ้อมและการมีวินัยของตองนั้น สามารถทำให้เธอวิ่งเร็วขึ้น จนเรียกว่านักวิ่งขาแรง ตามมาอ่านและรู้จักเธอกันให้มากกว่าเดิมกันเลยจ้า

น้องชื่ออะไรคะ แล้วรู้จักการวิ่งได้ยังไง แนะนำตัวเองให้เรารู้จักหน่อย

ชื่อ ตอง – นงลักษณ์ สุรวัฒน์วิเศษ นะคะ รู้จักการวิ่ง เพราะเคยดูหนังเรื่อง รัก 7 ปี ดี 7 หน ที่คุณสู่ขวัญแสดง เป็นเรื่องของการซ้อมวิ่งเพื่อลงมาราธอนแรก .ตอนนั้นเป็นครั้งแรกที่นึกถึงกีฬามาราธอน แต่คิดในใจว่า มันเป็นเรื่องที่ไกลตัวมาก แล้วเราไม่มีทางที่จะทำแบบคุณสู่ขวัญได้แน่นอน คือ คิดว่า ไม่มีทางที่จะวิ่งจบมาราธอนได้แน่นอน

ที่บอกว่าการวิ่งสำหรับน้องตองเป็นเรื่องที่ไกลตัวมาก แล้วทำไมถึงมาวิ่งล่ะ
สาเหตุที่มาวิ่งครั้งแรกก็เพราะ อยากไปเดินเห็นวิวที่สะพานพระราม 3 ค่ะ ฮ่าๆๆๆตอนนั้นออกตัวไปแค่ 100 ม. ก็รู้สึกว่าตัวเองเสียดท้อง เหนื่อยล่ะ วิ่งๆ ไป เราก็เห็นคุณพ่อจูงลูกแซงเราไป เห็นผู้หญิงตัวเล็กกว่าเราวิ่งแซงเราไป เห็นทุกคนแซงเราไป แล้วเราก็คิดว่า…ทุกคนทำได้ ทำไมเราจะทำให้ดีขึ้นไม่ได้พอเราได้เริ่มวิ่ง เราก็รู้สึกว่า เห้ย เราทำได้นี่

อยากให้เล่าเรื่องการวิ่งฮาล์ฟมาราธอนแรกของน้องตองหน่อยค่ะ

จริงๆ แล้ว ตองไม่เคยคิดจะลง 21k เลย ขนาด 10k เรายังเหนื่อยเลยอ่ะ เราจะรอดมั้ยถ้าเราลงวิ่ง 21k ก็ได้ตั้งคำถามกับตัวเอง

ตอนนั้นเลยลงวิ่งงานบางแสน21 ฮาล์ฟมาราธอน คิดในใจว่า ไม่ได้หรอก ปีที่แล้วยัง Lotto Mini ไม่ได้เลย ปีนี้จะ lotto ฮาล์ฟมาราธอนได้ยังไง แต่ปรากฎว่า Lotto ได้ ฮ่าๆๆๆ

ก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นพัฒนาตัวเองมากขึ้น พอได้ไปวิ่งวันนั้น ก็รู้สึกว่า นี่คือฮาล์ฟสุดท้ายของเรา เราจะไม่ลงระยะฮาล์ฟอีกแล้ว ฮ่าๆๆ แต่พูดไปก็เท่านั้น ตอนนี้จบไป 3 ฮาล์ฟแล้วค่ะ

เมื่อวิ่งฮาล์ฟแล้วก็ต้องอยากไปวิ่งมาราธอนแน่ๆ ไหนเล่าเรื่องมาราธอนแรกให้พี่ฟังหน่อยค่ะ

พอผ่านฮาล์ฟแรกก็รู้สึกว่า ไม่มีทางที่เราจะไปมาราธอนเด็ดขาด เพราะว่าวันนั้นเราก็เหนื่อยจะแย่อยู่แล้ว แต่ว่า ระหว่างที่เราวิ่ง ทุกคนต้องตั้งเป้าหมายตัวเอง แล้วเป้าหมายในการวิ่งของตอง คือ การไปวิ่งในงาน World Major Marathon.ก่อนจะไปมาราธอนแรก ตอนนั้นซ้อมไม่ถึงเกิดการบาดเจ็บที่หัวเข่าก่อน วันนั้นคิดว่าตัวเองคงวิ่งไม่จบ แต่พอไปถึง กม.ที่ 30 ก็รู้สึกว่า เรามาเกินครึ่งทางแล้ว เราไม่ยอม DNF เด็ดขาด เข้าเส้นชัยทันคัทออฟ 10 นาที คิดในใจว่า มันไม่เหมือนครั้งก่อน ที่เราจบฮาล์ฟมาแล้วเราจะไม่เอาอีกแล้ว แต่ครั้งนี้พอจบมาราธอน เรารู้สึกว่า ยังไงเราก็จะกลับไปแก้มือ ไม่ว่าสนามไหน จะต้องมีแก้มือมาราธอนอีกแน่นอน

เพื่อนๆ นักวิ่งเรียกตองว่า “นักวิ่งขาแรง” ช่วยเล่าจุดเริ่มต้นของคำนี้หน่อยค่ะ

จุดเริ่มต้นแรกก็คืองานวิ่งที่ท้าให้นักวิ่งทำ SUB1 เราก็อยากจะทำมันให้ได้เหมือนกัน แต่พอเราทำไม่ได้ เราก็รู้สึกว่า คงไม่ใช่ทางเรา .ตอนนั้นชมรมวิ่งของ Nike (NRC) จัด Challenge ขึ้น ทุกคนมาประลองความเร็วกันในระยะ 1k Challenge 1 กิโลแรกที่เราอัดสปีด มีแรงเท่าไหร่ทุ่มหมด แล้วก็ตายตั้งแต่ 200 ม. แรก ฮ่าๆๆ

แต่พอเรามีเพื่อนๆ เรามีทีม pacer เค้าก็จะแนะนำเคล็ดลับว่า ควรแบ่งแรงตอนต้น เก็บแรงตอนกลาง และอัดตอนปลาย ทำให้เราวิ่ง 1k Challenge ติดอันดับ และได้ไปวิ่งรอบสุดท้ายกับ Nike ในที่สุด .แล้วจากวันที่เราวิ่ง แล้วไม่ได้ SUB1 ณ วันนึงที่เราไม่ได้คิดถึงมันแล้ว เราไม่ได้คิดถึง SUB1 ไม่ได้คิดถึงสถิติอะไรเลย วันนึงมันมาเอง เหมือนเราได้ข้ามขีดจำกัดของเรามาเรื่อยๆ และนี่เป็นขีดจำกัดที่เราปิดกั้นตัวเองมากที่สุดในเรื่องความเร็ว แต่ว่าทุกวันนี้เราทำมันได้แล้ว

น้องตองมีเคล็ดลับของการซ้อมเพื่อให้วิ่งเร็วมั้ยคะ

ทุก ๆ เสต็ป มันเป็นไปไม่ได้เลย ถ้าเราไม่ซ้อม เคล็ดลับอย่างหนึ่งในการซ้อมคือ ทำมันให้สนุกถ้าคุณเริ่มมากวิ่งแล้วกดดันตัวเองมากไป แล้วรู้สึกไม่สนุก อาจจะล้มเลิกไปกลางคัน แต่การที่เราได้มาวิ่ง ได้มาเจอเพื่อน ได้มากระตุ้นตัวเอง เจอคนที่คุยเรื่องเดียวกัน ทำให้เราวิ่งสนุกขึ้น ทุกอย่างมันทำให้เราเหมือนกัน สนุกกับการวิ่งแล้วก็พัฒนาตัวเอง ค่อยๆ พัฒนาตัวเองไปโดยไม่รู้ตัวค่ะ

ย้อนดูคลิปน้องตองได้ที่ https://youtu.be/wIe5UhqZ8kA