จากคนที่ไม่เคยคิดจะวิ่ง สู่คนที่จบมาราธอน

97

ไทยรันคุยเรื่องวิ่งกับพี่หนูแหม่ม ได้แนวคิดดีๆมาเยอะมาก ทั้งแนวทางการเริ่มวิ่ง แนวทางการเปลี่ยนความคิดตัวเอง แนวทางการจัดสรรเวลา แถมกำลังใจให้ออกไปวิ่งอีกเพียบ เราแนะนำนักวิ่งหน้าใหม่ที่ไม่เคยวิ่งทุกคนอ่านบทความนี้เลยจ่ะ ดีมากๆๆรับประกัน อ่านเลย…

1 พี่หนูแหม่มเคยคิดเรื่องวิ่งมาก่อนมั้ยครับ?

พี่หนูแหม่ม : ไม่คิดว่าในชีวิตนี้จะวิ่งเหมือนกับทุกคนเลย การวิ่งคือเรื่องที่มันหนักหนาสาหัสสำหรับเรามาก เราไม่ได้เคยคิดถึงเรื่องวิ่ง อย่างแรกน้ำหนักตัวเราก็เกิน ด้วยความที่น้ำหนักตัวเราเกินเนี่ย หมอสั่งให้ลดน้ำหนักอยู่แล้ว แต่วิธีการตอนนั้นเนี่ย แค่เดิน เดินอยู่ปีสองปีเลยค่ะ เดินเพื่อจะได้ให้เผาผลาญไขมัน

2 แล้วอะไรทำให้พี่หนูแหม่มเริ่มวิ่ง?

พี่หนูแหม่ม : แต่ว่าเหตุการณ์ที่ทำให้มาวิ่งจริง ๆ เนี่ย เกิดจากงาน “ก้าวคนละก้าว” กับพี่ตูน ทุกคนวิ่งหมดเลย แล้วเราวิ่งไม่ทันเขา วิ่งอยู่ด้านหลังสุด ห่างพี่ตูนหลายกิโลเมตร ก็เลยคิดว่า ไม่ได้ละ เราจะยอมแพ้ไม่ได้ หนูแหม่มเป็นคนที่ ถ้าทำอะไรแล้วมันต้องทำให้สุด อันนี้คือความเป็นตัวของเราเอง ถ้าไม่สุด ไม่หยุด ก็เลยรู้สึกว่าในงานพี่ตูนเราต้องวิ่ง เลยวิ่งไป 4 ครั้ง ใน 4 วันที่ไป รวมระยะประมาณ 110 กิโลเมตร มันทำให้เราฮึกเหิมนะ.ยิ่งเห็นสภาพแวดล้อมที่อยู่ตรงนั้นเนี่ย ทุกคนวิ่งหมด เราจะมาเดินได้ยังไง เราเลยกลับมาซ้อม ซ้อมเสร็จก็เป็นธุระแล้ว ต้องหาสนามลง นึกออกไหม เลยเถิดมาลงฮาล์ฟ เป็นฟูล ตอนนี้ไปกันใหญ่แล้ว มันมีเป้าหมายเปลี่ยนทุกปีนะคะ พอเวลาเราวิ่งระยะนี้ได้ หรือสนามนี้ได้ มันทำให้เป้าหมายเราเปลี่ยน

3 เป้าหมายเปลี่ยน ยังไงนะครับ?

พี่หนูแหม่ม : ตอนแรกคิดว่าจบมาราธอนสองสามที่ ก็หรูแล้ว แต่ว่าตอนนี้กลายเป็นว่า ถ้าเราอายุ 60 ปี เราอยากจบมาราธอน 10 สนาม ปัจจุบันได้ 2 สนามแล้ว เหลืออีก 8 สนาม เฉลี่ยปีละ 1 – 2 สนามเท่านั้นเอง คิดว่าถึง 60 ปี เราน่าจะได้ตามเป้าหมาย .บางคนอาจจะวิ่งแค่เพื่อสุขภาพ ระยะสั้น ๆ 10 -15 กิโลเมตร แต่พอ 42 กิโลเมตร มันเยอะเกินไป มันทำให้เราต้องเสียสละ ความสุขความสบายในชีวิตบางเรื่อง เพื่อที่จะไปฝึก ไม่งั้นเราก็จะวิ่งฟูลไม่ได้ มันเป็นเหตุที่ท้าทายเราไปเรื่อย ๆ แต่มันก็ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของเรานะ

4 พี่หนูแหม่มแนะนำเทคนิคสำหรับผู้เริ่มต้นวิ่งยังไงครับ?

พี่หนูแหม่ม : สร้างความพร้อมให้กับตัวเองก่อนอันดับแรก เรื่องเวลานี่ไม่ต้องไปเทียบกับใคร มันต้องเทียบกับตัวเราเอง กับความพร้อมในการฝึกซ้อมของเรา ว่าเราซ้อมมาดีไหม

5 แปลว่า ต้องมีวินัยเพิ่มขึ้น?

พี่หนูแหม่ม : การวิ่งฟูลมาราธอน มันเป็นเรื่องที่เปลี่ยนชีวิตจริง ๆ ถ้าคุณสามารถวิ่งฟูลได้ ชีวิตนี่เปลี่ยนเลย เปลี่ยนจากคนไม่มีวินัย เป็นคนที่มีวินัย บางคนถามว่าพี่หนูแหม่มมาวิ่งได้ไง เวลาเยอะจังเลย เขาไม่มีเวลาซ้อมหรอก เมื่อไหร่ก็ตามที่เราให้ความสำคัญเรื่องอะไรเป็นอันดับต้น ๆ เราจะจัดสรรชีวิตของเราได้เอง .อย่างของหนูแหม่มเอง เมื่อไหร่ที่หนูแหม่มให้ความสำคัญกับการนอนและการกิน หนูแหม่มก็จะไม่จัดสรรเรื่องการซ้อมหรือการวิ่ง แต่หนูแหม่มเห็นความสำคัญของการวิ่ง ความสำคัญของสุขภาพตัวเอง เพราะอย่างนั้น ทุกคนสามารถลุกขึ้นมา แล้วเลือกให้ความสำคัญ

6 หลายคนบอกว่าเหนื่อยครับพี่?

พี่หนูแหม่ม : ถามว่าเหนื่อยไหม? เหนื่อย ต้องจัดสรรเวลาไหม ก็ต้องจัดสรร แต่หนูแหม่มเห็นว่าร่งกาย สุขภาพของเราสำคัญที่สุด มันก็เลยทำให้เราจัดสรรได้ ฟังแล้วได้แรงบันดาลใจดีๆเยอะมากเลย ออกมาวิ่งกันนะเพื่อนๆ.วิ่งไปด้วยกัน แข็งแรงไปด้วยกัน อยู่รักกันไปนานๆ

ดูคลิปเต็ม ไทยรันคุยกับพี่หนูแหม่ม ได้ที่นี่ https://youtu.be/ss8pbcIywN8