วิ่งไม่ไหวก็เดิน – ทนงศักดิ์ ศุภทรัพย์

71

คำว่า “วิ่งไม่ไหวก็เดิน” จริงๆ แล้ว เป็นคำสำหรับนักวิ่งที่เพิ่งจะ “เริ่มวิ่ง” สำหรับคนทิ่วิ่งได้ตลอดเส้นทาง นั่นคือเค้าผ่านกระบวนการการบ่มเพาะแล้วฝึกซ้อมกันมาอย่างดีนะครับ เค้าจึงสามารถทำได้

เช่นเดียวกันนะครับ สำหรับใครที่ไม่ได้ผ่านกระบวนการการฝึกซ้อม หรือ เคยวิ่งมาในอดีต แต่ปัจจุบันห่างหายการออกกำลังกาย และการวิ่งมานานนะครับ “เราจะเอาต้นทุนตรงนั้น มาเป็นตัวตั้งไม่ได้” เพราะฉะนั้นเราควรใช้การเดินสลับวิ่ง เพื่อให้การวิ่งของเราสนุกและยั่งยืน

เทคนิคการเดินสลับวิ่ง

ต้องบอกว่า เป็นเรื่องที่เราต้องคอยสังเกตตัวเอง ถ้าเราลองแบ่งดูนะครับว่า ทุก ๆ 10 นาที เราอาจวิ่งแค่ 30 วินาทีพอ ซึ่งผมไม่แน่ใจว่าในคำแนะนำแบบนี้ แต่ละคนมีน้ำหนักตัวเท่าไหร่ บางคนมีน้ำหนักตัว 100 กว่ากิโลกรัม ผมเคยบอกเค้าให้ทำแบบนี้ เค้าก็บอกว่า มันแป๊ปเดียวมาก แต่พอเอาเข้าจริง เหนื่อยนะ แล้วพอเค้าทำแบบนี้ ปัจจุบันนี้ เค้าจบมาราธอนแล้ว 

การวิ่งสลับเดินแบบนี้ ทำให้เราค่อย ๆ เกิดความคุ้นชิน เพราะฉะนั้น ตรงนี้ต้องคอยเฝ้าสังเกตตัวเองว่า ถ้าเราวิ่งต่อเนื่อง เราวิ่งได้เท่าไหร่ บางคนวิ่งต่อเนื่องได้อย่างมากก็ 30 วินาที ซึ่งก็ถือว่าเยอะสำหรับเค้าแล้ว บางคนอาจจะได้ 1 นาที เพราะฉะนั้นตรงนี้มันไม่ได้มีกฎตายตัวเลยนะครับ แต่อยากให้เราทำแค่เท่าที่เราทำได้ 

โดยหลักของมันก็คือ เอาเท่าที่เราทำได้ ไม่ต้องวิ่งเร็ว วิ่งปกติ ให้เราพอพูดคุยได้ ดูสิว่ามันไกลแค่ไหน ถ้าหากว่าไกลสัก 500 เมตร การวิ่งของเราก็ไม่น่าจะเกิน 200-300 เมตร เอาตรงนั้นพอนะครับ ก่อนที่จะเหนื่อย ให้กลับมาเดิน เพื่อปรับจังหวะการหายใจเราใหม่นะครับ และอนุญาตให้ร่างกายและกล้ามเนื้อต่างๆ ลดแรงกระแทก เพราะฉะนั้นก็เดินสลับวิ่ง

การเดินสลับวิ่ง ทำให้สถิติในสนามเสียมั้ย

คนที่ผมให้คำแนะนำในเรื่องการเดินและสลับวิ่งเนี่ย เอาไปใช้ สถิติเค้าดีขึ้นครับ เราลองดูนะครับว่า เวลาเป้าหมายในสนามวิ่งหลังจากที่เราซ้อม หรือหลังจากที่เคยไปวิ่ง สถิติตามสนามต่าง ๆ เอามาเป็นตัวคำนวณได้ สมมติเราบอกว่า เราเคยไปแข่งขัน 5 กม. ใช้เวลาไป 50 นาที นั่นหมายความว่าเราใช้เพซวิ่ง ประมาณเพซ 10 ลองคิดดูว่าใน 1 กม. ถ้าเราวิ่งช้าสุดนะครับ ก็จะอยู่ประมาณเพซ 8 กว่า ๆ ในทุก ๆ 1 กม. เราสามารถเดินได้ประมาณ 3 นาที วิ่ง 7 นาที ให้ครบ 10 นาที 

ลองคิดดูซิครับว่า มันจะได้เกิน 1 กม. ด้วยซ้ำไป ในขณะที่เราวิ่ง 7 นาที อย่างน้อยๆ เราจะได้ระยะประมาณ 800-900 ม. แน่นอน เดินอีก 3 นาที อย่างน้อยๆ ต้องมีประมาณ 100 กว่าเมตร อยากให้ทุกคนลองดูก่อนจากสนามซ้อม

สิ่งที่ผมพูดเนี่ย อาจจะยังไม่เข้าใจ แต่ถ้าลองลงมือทำเอง จะเข้าใจมากขึ้น ผมเชื่อว่าการวิ่งสลับเดินตั้งแต่ตอนต้น ซึ่งการวิ่งและเดินของแต่ละคนอาจจะไม่เท่ากัน เพราะฉะนั้นต้องฝึกด้วยตัวเอง แล้วก็ควบคุมจังหวะการวิ่ง การเดินของเราให้มันพอดีก่อน และตอนท้าย ถ้ามันไม่มีแรง หรือหมดแรงจริงๆ  อย่างน้อยเราก็ไม่ทรมานมาก ถ้าหมดแรงนั่นหมายความว่า เราซ้อมมันไม่ดี หรือ เราพักผ่อนไม่ดีนะครับ เพราะการคุมจังหวะตั้งแต่ตอนแรกมันทำให้เราได้เกลี่ยพลังงานละ แต่ถ้าหากว่าเรามีแรง ช่วงท้ายจะเป็นการวิ่งที่สนุกมาก เพราะเราจะเริ่มแซงคนอื่นละ

ถามว่าการเดินสลับวิ่งผิดกติกามั้ย ไม่มีกติกาข้อใดที่ห้ามการเดิน เพียงแต่ว่าขอให้อยู่ในเวลาที่ทางสนามได้เป็นผู้กำหนดไว้คัทออฟที่เท่าไหร่ ถ้าเราเอาเวลาสนามมาเป็นตัวตั้งนะครับ แล้วผ่านกระบวนการฝึกซ้อม แล้วใช้การเดินสลับวิ่งไปผมว่าจะทำให้การวิ่งเราสนุกมาก แล้วก็สามารถทำให้ถึงเป้าที่เราต้องการ

การวิ่งมาราธอนไม่ยากอย่างที่เราคิดด้วยซ้ำ และจะทำให้เราวิ่งอย่างสนุกมากขึ้นนะครับ

ขอให้ทุกคนมีเป้าหมาย ค่อยๆ ฝึกแล้วอย่าเพิ่งไปเร่ง ขอให้ทุกคนวิ่งอย่างมีความสุขนะครับ