เดี๋ยวนี้ใคร ๆ กันหันมาวิ่งเทรล โดยเฉพาะ “นักวิ่ง” ที่วิ่งถนนมาสักระยะ จะรู้สึก “อิ่มตัว” และมองหาความท้าทายใหม่ ๆ

ซึ่ง “วิ่งเทรล” เป็นการวิ่งที่เหมาะมาก เพราะความยากของการวิ่งไต่เขา หรือการวิ่งบนเส้นทางที่ขรุขระในป่า ก็เป็นสิ่งที่ “ท้าทาย” นักวิ่งมากเลยทีเดียวค่ะ การได้สัมผัสธรรมชาติ หนีความวุ่นวายจากเมือง ไปวิ่งสงบจิต สงบใจในป่า ก็เป็น “ทางเลือก” ที่ดีไม่น้อยเลยทีเดียว

แต่การ “วิ่งเทรล” ก็ยังมีเหตุผลอื่น ๆ ที่น่าสนใจมากเลยทีเดียว

ข้อแรก วิ่งเทรลช่วยปรับจังหวะ

การวิ่งเทรลนี่ล่ะ ที่ช่วยให้การก้าวเท้าของเรามีสมดุลขึ้น มีความสัมพันธ์กับจังหวะการก้าว สายตา การหายใจ จะทำให้กล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ มีความแข็งแรงมากขึ้น พูดง่าย ๆ เมื่อได้วิ่งเทรล ร่างกายเราเองจะทำงานประสานและสัมพันธ์กันไปทุกส่วน และทรงตัวได้ดีขึ้น

ข้อที่สอง  อยู่กับตัวเองบ้าง อะไรบ้าง
การวิ่งคนเดียวในป่า หรือเส้นทางธรรมชาติที่ต้องใช้เวลานานกว่าการวิ่งถนนนั้น ทำให้เรามีสมาธิและจดจ่อกับการวิ่งของตัวเอง การวางเท้า การสังเกตสิ่งต่าง ๆ ระหว่างการวิ่ง ทำให้เราใช้เวลากับตัวเอง มีสมาธิมากขึ้น มีสติตามมา

ข้อถัดมา ฝึกซ้อมหนักกว่าเดิม
การวิ่งเทรล ไม่เหมือนการวิ่งถนน กล้ามเนื้อที่ใช้ก็จะแตกต่างกัน ดังนั้น การฝึกวิ่งเทรลเรียกได้ว่า ใช้งานร่างกายหลายส่วน และใช้มัดกล้ามเนื้อเยอะกว่าวิ่งถนน เราต้องฝึกฝนและพัฒนากล้ามเนื้อหนักกว่าเดิม เพื่อให้แข็งแรงขึ้น แต่ก็เป็นข้อดีนะ เพราะการฝึกหนักขึ้น ร่างกายก็แข็งแรงขึ้น แถมบางคนน้ำหนักลดลงด้วยล่ะ

ข้อสุดท้าย วิ่งเทรลทำให้เรียนรู้และเข้าใจความยากลำบาก
แน่ล่ะ การวิ่งในป่า ในเส้นทางธรรมชาติ เต็มไปด้วยต้นไม้ โคลน ดิน น้ำตก หิน ป่าเขา สัตว์น้อยใหญ่ ความมืด การแบกเป้น้ำที่เต็มไปด้วยเสบียงอาหาร การฝึกคำนวณความจุน้ำที่ต้องแบกไป ฯลฯ ทุกสิ่งที่เราเจอและเรียนรู้จากการวิ่งเทรล ทำให้เราแข็งแกร่งขึ้น และความยากลำบากที่เจอก็เป็นบทเรียนที่นำมาสอนตัวเราเองในชีวิตจริงได้ดีเลยล่ะ เผลอ ๆ นะ การวิ่งเทรลนี่ล่ะ อาจจะยากกว่าการใช้ชีวิตประจำวันก็ได้ (อันนี้เราเจอมา ฮ่าๆ)