หลายท่านที่เคยวิ่งหรือเป็นนักวิ่งอาจเคยประสบปัญหาวิ่งแล้วฝ่าเท้าร้อน และอาจกังวลหรือสงสัยว่ามันเกิดจากอะไร คืออาการเริ่มต้นของการบาดเจ็บหรือไม่ แล้วถ้าใช่จะรักษาอย่างไร ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจถึงสาเหตุของการเกิดฝ่าเท้าร้อน ซึ่งสามารถอธิบายได้ด้วยกลไกการเกิดอุณหภูมิของร่างกายมนุษย์ และปัจจัยภายนอกที่เกี่ยวข้อง

กลไกการเกิดอุณหภูมิของร่างกายมนุษย์ 1,2,3

1. การสร้างความร้อนของร่างกาย (Heat Production)
โดยปกติแล้วร่างกายจะมีการสร้างความร้อนขึ้นมาให้มากกว่าอุณหภูมิสิ่งแวดล้อม โดยมีกลไกลที่ทำงานดังต่อไปนี้

  • Metabolism การเผาผลาญสารอาหารในร่างกาย เช่น สารอาหารโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน เพื่อให้เกิดพลังงาน และเป็นการสร้างเซลล์ใหม่ หรือซ่อมแซมเซลล์ที่สึกหรอ คนปกติจะมีความร้อนซึ่งถูกผลิตจากการเผาผลาญสารอาหารอย่างน้อย 40 แคลอรี่/ชั่วโมง/พื้นที่ผิวของร่างกาย 1 ตารางเมตร
  • Basal metabolic rate (BMR) เป็นอัตราการใช้พลังงานของร่างกายเพื่อดำรงกิจกรรมที่จำเป็น เช่น การหายใจ (breathing) BMR ลดลง สัมพันธ์กับอายุที่เพิ่มขึ้น ในเด็กจะมีค่า BMR สูง และค่านี้จะลดลงตามอายุที่เพิ่มมากขึ้น
  • Muscular activity เป็นการทำงานของกล้ามเนื้อรวมทั้งการหดตัวของกล้ามเนื้อแบบสั่น (shivering) สามารถเพิ่มการผลิตความร้อนได้ 4-5 เท่า มากกว่าปกติ
  • Thyroxin effect on cell โดยฮอรโมนไทรอยด์จะควบคุมกระบวนการ metabolism ของร่างกาย เมื่อมีฮอร์โมนมาก ร่างกายก็จะสร้างความร้อนมาก ทำให้เซลล์มีการสันดาปเพิ่มมากขึ้น
  • Epinephrine effect on cells ฮอร์โมนอิพิเนฟรินจะหลั่งเมื่อร่างกายมีการทำกิจกรรม เช่น การออกกำลังกาย ผลของฮอร์โมนอิพิเนฟรินจะทำให้ metabolic ในร่างกายเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ร่างกายสร้างความร้อนเพิ่มขึ้น
  • Temperature effect on cells เช่น ภาวะไข ้(Fever) ภาวะไข้จะเพิ่มอัตราการเผาผลาญภายในเซลล์ ดังนั้นจะทำให้อุณหภูมิร่างกายเพิ่มขึ้น เมื่ออุณหภูมิร่างกายเพิ่มเพิ่มขึ้นจะผลิตความร้อนมากขึ้น

2. การสูญเสียความร้อนของร่างกาย (Heat loss)
เมื่อร่างกายผลิตความร้อนขึ้น ร่างกายก็มีวิธีกำจัดความร้อนได้ใหญ่ ๆ 4 วิธี คือ

  • การแผ่รังสี (Radiation) เป็นการส่งผ่านความร้อนจากวัตถุหนึ่งไปอีกวัตถุหนึ่งจากการถ่ายทอดพลังงานด้วยรังสีอินฟาเรด โดยไม่มีการสัมผัสกันของวัตถุสองสิ่งนั้น เช่น การได้รับความร้อนจากแสงอาทิตย์
  • การนำความร้อน (Conduction) เป็นการส่งผ่านความร้อนจากวัตถุหนึ่งไปอีกวัตถุหนึ่งที่สัมผัสกัน เช่น ขณะเท้าเหยียบบนพื้น
  • การพาความร้อน (Convection) เป็นการส่งผ่านความร้อนโดยมีพาหะเป็นตัวพาความร้อน ได้แก่ ลมหรือน้ำที่สัมผัสร่างกาย เช่น ขณะวิ่งจะมีลมสัมผัสร่างกาย ซึ่งอากาศที่ได้รับความร้อนจากร่างกายจะเคลื่อนผ่านไป เพื่อให้อากาศที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าอุณหภูมิกายมาสัมผัสกับผิวหนัง ซึ่งเป็นการระบายความร้อนออกจากร่างกาย
  • การระเหย (Evaporation) เป็นการสูญเสียความร้อนที่สำคัญมากที่สุดขณะออกกำลังกาย ความร้อนภายในร่างกายจะถูกส่งผ่านออกไปในรูปแบบของเหงื่อที่ผิวหนัง และถูกเปลี่ยนไปเป็นไอระเหยออกไป

จากความรู้เกี่ยวกับการสร้างความร้อนของร่างกายและการสูญเสียความร้อนของร่างกายดังกล่าว ข้างต้นนั้น แสดงให้เห็นว่าการวิ่งแล้วฝ่าเท้าร้อนนั้นสามารถเกิดขึ้นได้และเป็นสภาวะปกติของมนุษย์ เมื่อมีการออกกำลังกาย เช่น วิ่ง ซึ่งเป็นการทำงานของกล้ามเนื้อที่ทำให้อุณหภูมิร่างกายเพิ่มขึ้นกว่าปกติ 4 – 5 เท่า มีการเพิ่มฮอร์โมนอิพิเนฟริน และ Metabolic Rate ส่งผลให้เกิดความร้อนขึ้นในร่างกาย เมื่อร่างกายมีความร้อนสูงขึ้น จึงจำเป็นต้องมีการกำจัดความร้อนโดยกลไกลการสูญเสียความร้อนของร่างกาย คือ การนำความร้อน การพาความร้อน และการระเหย ดังนั้นผู้ที่เคยวิ่งหรือนักวิ่งจึงรู้สึกร้อนได้บริเวณฝ่าเท้า เพราะความร้อนได้ถูกกำจัดออกจากร่างกาย

รูปที่ 1 การกำจัดความร้อนแบบต่าง ๆ (ภาพ :Leon Moore)

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยภายนอกที่เกี่ยวข้องกับการเกิดฝ่าเท้าร้อนหลังจากวิ่งได้ คือ การสวมใส่รองเท้าที่ไม่เหมาะสม3,5,6,7 พื้นรองเท้า (Sole) มีความแข็งไม่ยืดหยุ่น จึงเกิดแรงกดต่อฝ่าเท้าที่มากเกินไป อาจส่งผลให้เส้นเลือดและหรือเส้นประสาทในฝ่าเท้าถูกกด จนเกิดการบาดเจ็บของเส้นเลือดและหรือเส้นประสาทในฝ่าเท้า ทำให้มีอาการแสบร้อนบริเวณฝ่าเท้าได้ ในกรณีนี้ถือได้ว่าเป็นสัญญาณเริ่มต้นของการบาดเจ็บนั่นเอง สำหรับวิธีการแก้ไขนั้น สามารถแก้ไขได้ด้วยการสวมใส่รองเท้าที่มีพื้นรองเท้านุ่มขึ้น เพื่อรองรับแรงกระแทกขณะวิ่งได้อย่างเหมาะสม หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษานักกายภาพบำบัดเพื่อตรวจประเมินอาการในแต่ละรายบุคคลเพื่อให้การรักษาทางกายภาพบำบัดได้อย่างเหมาะสม แต่หากสงสัยว่าอาจมีปัจจัยอื่นนอกจากนี้ร่วมด้วย เช่น โรคปลายประสาทอักเสบ เป็นต้น ควรปรึกษาแพทย์ที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจประเมิน วินิจฉัยและให้การรักษาทางการแพทย์ต่อไปค่ะ

เอกสารอ้างอิง

  1. Katch VL, Mcardle WD, Katch FI. Essential of exercise physiology (4th ed.). Lippincott Williams &Wilkins. 2011.
  2. Kenny GP, Gagnon D. Is there evidence for nonthermal modulation of whole body heat loss during intermittent exercise?. Am J Physiol Regul Integr Comp Physiol. 2010;299(1):119-28.
  3. Knapik JJ, Orr R, Pope R, Grier T. Injuries and footwear (Part 2): minimalist running shoes. J Spec Oper Med. 2016;16(1):89-96
  4. Jay O, Gagnon D, DuCharme MB, Webb P, Reardon FD, Kenny GP. Human heat balance during postexercise recovery: separating metabolic and nonthermal effects. Am J Physiol Regul Integr Comp Physiol. 2008;294(5):1586-92.
  5. Nigg BM, Baltich J, Hoerzer S, Enders H. Running shoes and running injuries: mythbusting and a proposal for two new paradigms: preferred movement path and comfort filter. Br J Sports Med. 2015;49(20):1290-4.
  6. Pollard CD, Ter Har JA, Hannigan J, Norcross MF. Influence of maximal running shoes on biomechanics before and after a 5K run. Orthop J Sports Med. 2018 Jun 7;6(6).
  7. Schultz R. 9 signs your running shoes are the wrong size. Retrieved from https://www.mensjournal.com/health-fitness/9-signs-youre-wearing-the-wrong-size-running-shoe/
เรื่องโดย:
อ.กภ.วรรณนิศา สำเภาจินดา
หลักสูตร​วิทยาศาสตรบัณฑิต​
สาขาวิชากายภาพ​บำบัด
มหาวิทยาลัยคริสเตียน