เธอตรวจพบ “มะเร็งเต้านม” ระยะ 2B หลังจากที่ทราบผล เธอได้รับการรักษาตามกระบวนการ ด้วยใจที่แข็งแกร่ง ทุกกิจกรรมหลังจากอาการป่วย เธอทำสิ่งเหล่านั้นด้วย “รอยยิ้ม” เสมอ ทั้งการเป็นพิธีกรมืออาชีพ การวิ่ง และเขียนเล่าเรื่องราวอาการป่วยของเธอ เพื่อแบ่งปันข้อมูล

และทุกครั้งที่เพื่อน ๆ ในวงการวิ่งพบ “ต่อ – หทัยทิพย์ จิระธันห์” เธอยังคงเปี่ยมด้วยเสียงที่มีพลัง ในการต้อนรับนักวิ่งทั้งช่วงปล่อยตัวและเข้าเส้นชัย รวมไปจนถึงรอยยิ้มที่ยังสดใสเสมอ

หลังจากที่ พี่ต่อ เป็นมะเร็งเต้านม ในปี 2018 ก็เข้ารับการรักษา โดยการให้คีโมและฉายแสง ต้นปี 2019 มีภาวะหัวใจล้มเหลว กลางปี 2019 กลับพบมะเร็งต่อมน้ำเหลืองที่สมอง…
ใช่, ชีวิตที่ผ่านความเจ็บปวดและความทรมานจากการรักษา แต่พี่ต่อยังคงยืดหยัดที่จะ “ยิ้มและสู้” กับโรคที่เป็นอยู่ต่อไป

THAIRUN ได้คุยกับพี่ต่อถึงมุมมองและพลังของการเป็น “ผู้หญิง” ที่มีพลังบวกและแข็งแกร่ง เพื่อต้อนรับวันสตรีสากล ในวันที่ 8 มีนาคม นี้ค่ะ

ทำสิ่งที่ตัวเองรัก สร้างความสุขให้ชีวิต
ถ้าเป็นไปได้ จะเลือกทำในสิ่งที่ตัวเองชอบและถนัดเท่านั้น เพราะเวลาที่เราทำอะไรที่ชอบ มันไม่ต้องฝืน ถึงจะเหนื่อยแต่ก็จะมีความสุขและสนุกกับมัน “วิ่งก็เหนื่อย แต่เราสนุกและสะใจกับการที่เหนื่อยและเหงื่อออก ได้ยินเสียงหายใจตัวเองแล้วมีความสุข” เป็นพิธีกรนี่ชอบมาก ถึงแม้เป็นพิธีกรงานวิ่งจะต้องตื่นเช้ามาก หรือบางทีไม่ได้นอนเลย แต่เราได้ไปทักทายนักวิ่ง ได้ไปแสดงความยินดี “เห็นความพยายาม เห็นความสำเร็จของนักวิ่ง ความสุขของครอบครัวเค้า เราก็มีความสุขตามไปด้วย” ยิ่งถ้ามีงานไหน ต้องใช้ทักษะในการแก้ปัญหาหน้างาน เราจะยิ่งสนุก เพราะทำให้เรามีประสบการณ์มากขึ้น

พลังของผู้หญิง
เรื่องบางเรื่อง ถ้าขนาดตัวไม่ใช่เป็นปัจจัยหรือดัชนีวัดความสำเร็จ ทุกคนก็มีความสามารถ มีพลังไม่แพ้กัน มันอยู่ที่ใจ ถ้าใจสู้ กำลังใจดี กำลังใจทั้งจากตัวเองและคนรอบข้าง มันจะทำให้เรามีพลังบวก และพลังบวกนี้ มันจะทำให้เรากล้าตัดสินใจ ทำหรือไม่ทำอะไรบางอย่าง ซึ่งพี่เชื่อว่า พลังบวกนี้ ถ้าเรามีเยอะๆ มันส่งต่อคนอื่นได้นะ คนอื่นจะรู้สึกถึงพลังของเรา และอาจจะฮึกเหิมไปกับเราด้วย

มะเร็งสอนชีวิต
พี่เป็นมะเร็ง 2 รอบ รอบแรกปี 2018 เป็นมะเร็งเต้านม ทำคีโม 6 ครั้ง ฉายแสง 25 ครั้ง หลังจากนั้น เป็นปอดอักเสบ ซึ่งเป็นผลข้างเคียงจากการฉายแสง แล้วก็มามีภาวะหัวใจล้มเหลวช่วงต้นปี 2019 ซึ่งเป็นผลข้างเคียงจากการให้คีโม

พอกลางปี 2019 ก็มาเจอว่าเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองที่สมอง ต้องผ่าตัดสมอง ให้คีโม ฉีดยาเข้าไขสันหลัง ฉายแสง อยู่โรงพยาบาลทั้งหมด 100 วัน

ทุกวันนี้ยังฉีดยากินยาคุมเรื่องมะเร็งเต้านมอยู่ ยังกินยาและพบหมอรักษาเรื่องหัวใจอยู่ ต้องทำ MRI ทุก 3 เดือน คอยเช็คว่ามะเร็งที่สมองกลับมาไหม และยังต้องปรับตัวเรื่องขาข้างขวาชา ซึ่งอาจจะเป็นตลอดชีวิต

สิ่งที่พี่เรียนรู้จากวันแรกที่เป็นมะเร็งจนถึงทุกวันนี้คือ “อยู่กับปัจจุบัน อยู่กับสิ่งที่เราควบคุมได้ อย่ากังวลในสิ่งที่ยังไม่เกิด และสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้” หมอทำดีที่สุดแล้ว เราเป็นคนไข้ที่ทำตัวดีที่สุดแล้ว สามีดูแลและรักเราที่สุดแล้ว ครอบครัว ญาติ พี่ น้อง เพื่อนๆ ให้กำลังใจเราสุดๆ แล้ว เพราะฉะนั้น “เราควรจะมีความสุขและอยู่กับปัจจุบันให้ได้มากที่สุด”

หมดพลังใจ ก็ต้องสร้างขึ้นมาใหม่
กำลังใจจากคนรอบข้างสำคัญก็จริง แต่คนที่จะทำให้เราก้าวไปข้างหน้าได้ คือตัวของเราเอง “ไม่ผิดที่จะหมดพลัง ไม่ผิดที่จะเหนื่อย” ให้ร่างกายจิตใจเราได้พักบ้างก็ได้ ไหลตามความรู้สึกแต่ทำอย่างมีสติ จะร้องไห้ จะนั่งซึม นอนมันทั้งวัน ก็ทำไปให้สาแก่ใจ แล้วสร้างพลังขึ้นมาใหม่ “พลังมันหมดได้ มันก็ต้องสร้างขึ้นมาใหม่ได้ อยู่ที่ตัวเราเองนี่แหละ”

ปัจจุบันนี้พี่ต่อยังคงหาหมออย่างต่อเนื่อง และพบคุณหมอทั้ง 3 คนเป็นประจำ คือ
👉หมอมะเร็งเต้านม : พบ 3 เดือนครั้งเพื่อฉีดยาที่พุง 1 เข็ม และรับยามาทานวันละ 1 เม็ด ตรวจใหญ่ไปเมื่อต้นสิงหาคม 2019 ไม่พบมะเร็งเต้านมค่ะ แต่ยังต้องติดตามแบบนี้ไปเรื่อยๆ อย่างต่ำ 5 ปี
👉หมอหัวใจ : แรกๆจะเจอบ่อย เพื่อปรับยา แต่ตอนนี้ จะพบประมาณ 3 เดือนครั้ง หมอจะนัดทำ echo เรื่อยๆ ค่ะ
👉หมอมะเร็งต่อมน้ำเหลืองที่สมอง : ช่วงนี้พบทั้งที่ รพ.ตำรวจ เป็นหลัก คอยให้ยาและสั่ง MRI เฝ้าระวังอาการ และ รพ.จุฬา หมอที่นี่รับผิดชอบเรื่องการฉายแสงจะรออ่านผล MRI ทั้ง 2 รพ.ช่วงแรกนัดบ่อยค่ะ แต่ตอนนี้ลดเหลือทุก 1-3 เดือนค่ะ

นอกจากการรักษาที่พี่ต่อหมั่นไปโรงพยาบาลอย่างต่อเนื่องแล้ว เราจะได้ยินเสียงพิธีกรหญิง ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง กล่าว “สวัสดีค่ะ” เพื่อรอต้อนรับนักวิ่งในงานวิ่งอยู่เสมอ ใช่แล้วค่ะ เธอยังคงรับหน้าที่พิธีกรอยู่เรื่อย ๆ และพยายามกลับไปซ้อมวิ่งกับทีมบียอนด์ และที่สำคัญคือ พี่ต่อกำลังจะรีโนเวทร้านอาหารของเธอค่ะ

“พี่กับสามีก็กำลัง Renovate ร้านอาหาร edm (enjoy delicious meal) ซึ่งแพลนจะเปิดช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ ฝากติดตามเพจของที่ร้านด้วยนะคะ” เธอ ทิ้งท้าย

หากใครที่กำลังท้ออยู่
ลุกขึ้นมาสู้ใหม่ด้วยพลังใจทั้งหมดที่มีนะคะ
เพราะกำลังใจเป็นสิ่งที่สร้างกันได้ใหม่เสมอ แบบที่พี่ต่อบอกเอาไว้
เป็นกำลังใจให้เสมอค่ะ