“การวิ่งนั้นจะให้เป็นการแข่งขันก็ได้ ไม่เป็นการแข่งขันก็ได้อยู่ที่ตัวเราเองเป็นผู้กำหนด”

.

เราเคยตั้งคำถามกับตัวเองไหมว่า ทุกวันนี้ที่เราลงงานวิ่ง ตั้งใจซ้อมวิ่ง เรากำลังแข่งขันกับอะไร?

“นักวิ่ง” ติดนิสัยอยู่อย่างหนึ่ง คือ ชอบการแข่งขัน ชอบการท้าทาย

ไม่ว่าจะแข่งขันกับเวลา แข่งกับตัวเอง หรือกับกลุ่มเพื่อน ๆ

.

บางครั้งการแข่งขัน อาจทำให้เรา “ติดกับดัก” เป้าหมายตัวเอง

จนทำให้เราวิ่งแบบไม่มีความสุขก็ได้

ในวันที่เรากำลัง “หาคำตอบ” กับการวิ่งของตัวเองอยู่

ก็เปิดไปเจอข้อความที่ว่า

“การวิ่งนั้นจะให้เป็นการแข่งขันก็ได้

ไม่เป็นการแข่งขันก็ได้อยู่ที่ตัวเราเองเป็นผู้กำหนด”

ในหนังสือ “วิ่งสู่ชีวิตใหม่” ของ ศาสตราจารย์นายแพทย์อุดมศิลป์ ศรีแสงนาม

ผู้บุกเบิกกระแสการวิ่งในเมืองไทยกว่า 30 ปีมาแล้ว

.

ข้อความต่อจากนั้น คุณหมออุดมศิลป์ ก็อธิบายต่อว่า

“การวิ่งอยู่ที่ตัวเราเองเป็นผู้กำหนด จะวิ่งให้เร็ว

หรือจะวิ่งเหยาะช้า ๆ ชมนกชมวิวตามอัธยาศัยก็ย่อมได้ทั้งสิ้น

.

ไม่ต้องคอยประสานทีมเวิร์คกับฝ่ายเดียวกันอย่างในฟุตบอล

ไม่ต้องห่วงคอยหาโอกาสฆ่าคู่ต่อสู้

หรือระวังไม่ให้ถูกคู่ต่อสู้ฆ่า เหมือนอย่างในเทนนิส

ไม่ต้องคอยหัวเสียเมื่อตีไม่ได้ดังใจอย่างกอล์ฟ

.

เพราะมีแต่เราคนเดียวเท่านั้นที่เป็นผู้กำหนดทุกสิ่งทุกอย่าง

จะใส่สุดฝีเท้าอย่างในการแข่งขัน

แข่งกับตัวเอง เมื่อลองวิ่งจับเวลาพยายามทำสถิติให้ดีขึ้นกว่าเมื่อวาน

หรือวิ่งตามสบายแล้วแต่อารมณ์

และแม้ว่าจะวิ่งไม่สุดฝีเท้าก็ได้ผลทางการออกกำลังกายเช่นกัน

นักวิ่งส่วนใหญ่ไม่ชอบวิ่งแข่ง

แม้ว่าบางคนจะฝีเท้าดีมากก็ตาม 

พวกเขาต้องการเพียงสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรงขึ้น

ส่วนใหญ่วิ่งทุกวัน แม้ว่ามีภารกิจการงานมากเพียงใด

หรือบางครั้งต้องเดินทางไปที่อื่นก็ตาม

มักจะนำรองเท้าวิ่งไปด้วยทุกครั้ง

.

การไม่ต้องแข่งขันของการวิ่งนี่เอง
ทำให้วิ่งเป็นกีฬาที่เหมาะที่สุดสำหรับสมาชิกทุกคนในครอบครัว
ที่จะออกกำลังพร้อม ๆ กันและด้วยกัน 

.

การวิ่งนี่ อาจนับได้ว่าเป็นกีฬาที่เป็นประชาธิปไตยที่สุด

ไม่มีการแบ่งชั้นวรรณะ ผิวพรรณ เชื้อชาติ เพศ หรือวัย

ความแตกต่างทั้งหมดเหล่านี้ไม่เป็นอุปสรรคขวางกั้น

มิตรภาพไมตรีจิตในหมู่นักวิ่งนั้น

เป็นสิ่งที่น่ารักที่สุดของผู้นิยมการวิ่งทั่วโลก”

.

เราอาจจะมัวก้มหน้าวิ่งเพื่อแข่งขัน จนลืมมองรอบ ๆ ตัวเอง

ว่ายังมีสิ่งที่สวยงาม และงดงามในวิถีของการวิ่ง

ที่มอบให้ “นักวิ่ง” อยู่ อย่างที่คุณหมออุดมศิลป์เขียนเอาไว้

ทั้งมิตรภาพ รอยยิ้ม ความสุขใจ

เพียงแค่คุณมีความสุขที่จะวิ่ง ไม่ว่าจะวิ่งเร็ว วิ่งช้า

คุณก็ได้เรื่อง “สุขภาพ” เช่นเดียวกัน

.

ขอเพียงแค่วันนี้ “หยิบรองเท้า” แล้วออกไปวิ่ง

(ระวังฝุ่น pm2.5ด้วยนะคะ) เท่านั้นก็พอแล้วที่จะทำให้คุณมีสุขภาพที่แข็งแรง

เพราะการวิ่งไม่ได้แข่งกับใคร แข่งกับตัวเองให้ได้ในทุกวันก็พอค่ะ ^^