ผ่านไปแล้วสำหรับปี 2019 ในปีที่ผ่านมาก็ได้มีนาฬิกาหลากหลายรุ่นเปิดตัวออกมาให้ได้เลือกใช้งานกัน และในปีที่ผ่านมาจะมีนาฬิกา GPS สำหรับนักวิ่งรุ่นไหนที่โดดเด่นและน่าสนใจบ้างนั้น ไปติดตามกันเลย

หมายเหตุ การเรียงลำดับนี้ ไม่ได้เป็นการจัดอันดับแต่อย่างใด

1. Garmin Forerunner 945 Music

เป็นนาฬิกา GPS ที่ระดับท็อปสุดในตระกูล Forerunner โดยรุ่นนี้จะมีดีไซน์ที่สวยงามไม่แพ้กับตระกูล Fenix มีน้ำหนักเบา มาพร้อมฟีเจอร์สำหรับนักวิ่งและนักไตรกีฬาอีกด้วย สามารถวัด VO2 Max ได้ และยังมีการประเมินผลการฝึกซ้อมมาให้ว่าการฝึกซ้อมแต่ละครั้งนั้นมีประสิทธิภาพมากน้อยแค่ไหน และนอกจากการวิ่งแล้ว ตัวนาฬิกายังรองรับการออกกำลังกายได้หลากหลายรูปแบบ พร้อมกับสามารถใส่เพลงได้มากถึง 500 เพลง หรือจะฟังจาก Spotify ก็ได้ ไม่ต้องพกสมาร์ทโฟนเพียงแค่เชื่อมต่อนาฬิกาเข้ากับหูฟัง Bluetooth ก็ฟังเพลงไปพร้อมกับการออกกำลังกายได้แล้ว การใช้งานทั่วไปแบตเตอรี่อยู่ได้ถึง 2 สัปดาห์ โหมด GPS จะใช้งานได้นาน 36 ชั่วโมง แต่เมื่อฟังเพลงพร้อมใช้โหมด GPS จะอยู่ได้นาน 10 ชั่วโมง สำหรับ Garmin Forerunner 945 Music จะมีราคาค่อนข้างสูงหน่อย โดยมีราคาเปิดตัวที่ 22,990 บาท

2. Garmin Forerunner 245 Music

ห่างหายไปถึง 3 ปีสำหรับรุ่นต่อยอดของ Garmin Forerunner 235 รุ่นยอดฮิตของเหล่านักวิ่ง ไม่ว่าจะเป็นฟีเจอร์ที่ครบครันและมีราคาที่จับต้องได้ง่ายกว่ารุ่นอื่นๆ สำหรับรุ่นใหม่นี้จะมาในดีไซน์ที่สวยงามขึ้นและมีหน้าจอที่คมชัดขึ้น พร้อมกับฟีเจอร์ใหม่ๆ สำหรับการวิ่งโดยเฉพาะ อาทิ VO2 max, Training Effect, Trainning Load จะคอยมาเป็นตัวช่วยในการดูว่าเราฝึกซ้อมออกกำลังกายมากเกินไปหรือไม่ ซึ่งก็จะช่วยให้เราหลีกเลี่ยงสภาวะ Overtraining ได้ และยังสามารถฟังเพลงผ่านหูฟัง Bluetooth จากนาฬิกาได้โดยตรง นอกจากการวิ่งแล้วยังรองรับการออกกำลังกายที่หลากหลายด้วย แบตเตอรี่อยู่ได้นานถึง 7 วัน ใช้ GPS และฟังเพลงไปด้วยจะสามารถใช้ได้สูงสุด 6 ชั่วโมง แต่ถ้าใช้ GPS อย่างเดียวจะอยู่ได้นานสูงสุด 24 ชั่วโมง ราคาเปิดตัว 13,990 บาท

3. Garmin Fenix 6 Series

ไม่พูดถึงคงไม่ได้กับนาฬิกา GPS Multi-sport ระดับท็อปจาก Garmin รุ่นนี้ มีการเปิดตัวรุ่นใหม่ทุกปี และในทุกๆ ปีก็มีฟีเจอร์ใหม่ๆ เข้ามา สำหรับปี 2019 ก็ได้มีการใช้หน้าจอ Power Glass ที่สามารถชาร์จไฟจากพลังงานแสงอาทิตย์ ให้อายุการใช้งานสูงสุด 21 วัน ในโหมดสมาร์ทวอทช์ ซึ่งจะมาในรุ่น Garmin Fenix 6X Pro Solar และยังมาพร้อม Power Manager เป็นการแนะนำการตั้งค่าต่างๆ ว่ามีผลต่อการใช้งานแบตเตอรี่อย่างไร เพื่อให้เราสามารถตั้งค่าเท่าที่จำเป็นและช่วยประหยัดแบตเตอรี่มากขึ้น รวมถึงฟีเจอร์ PacePro เป็นการแนะนำการวิ่งแบบเรียลไทม์เพื่อการคุมเพซในขณะวิ่งได้ พร้อมกันนี้ยังมีฟีเจอร์ ClimbPro แจ้งเตือนข้อมูลการปีนเขาแบบเรียลไทม์ ไม่ว่าจะเป็นความชัน, ความสูงจากระดับน้ำทะเล และ elevation gain และแน่นอนว่ารองรับการออกกำลังกายที่หลากหลาย สำหรับ Garmin Fenix 6 Series มีวางจำหน่ายแล้วในประเทศไทย

4. Huawei GT Watch 2

เป็นนาฬิกา GPS น้องใหม่จากแบรนด์ Huawei ที่น่าสนใจมากๆ กับราคาที่ไม่ถึงหมื่น แต่มีฟีเจอร์สำหรับออกกำลังกายครบครัน ติดตามอัตราการเต้นของหัวใจแบบเรียลไทม์ แคลอรี่ และระยะเวลาในการออกกำลังกาย พร้อมบอกค่า VO2Max, ระดับการออกกำลังกาย Aerobic / Anaerobic, ระยะเวลา Recovery, รองรับการระบุตำแหน่งผ่านดาวเทียมระบบติดตาม GPS และ GLONASS, กันน้ำระดับ 5ATM, สามารถวัดและวิเคราะห์อัตราการเต้นของหัวใจขณะออกกำลังกายได้ผ่าน HUAWEI TruSeen 3.5 และยังสามารถตรวจจับภาวะหัวใจเต้นในอัตราต่ำกว่าปกติหรือภาวะหัวใจล้มเหลวได้ นอกจากนี้ยังสามารถติดตามการนอนหลับด้วย HUAWEI TruSleep 2.0 ซึ่งติดตามและวินิจฉัยปัญหาการนอนหลับได้ถึง 6 ประเภทอีกด้วย สามารถจุเพลงไว้ในเครื่องได้มากถึง 500 เพลง แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้นานถึง 2 สัปดาห์ ถือว่าน่าสนใจมาก ๆ

5. Apple Watch Series 5

ใครที่เป็นสาวก Apple อยากใช้งานสมาร์ทวอชในชีวิตประจำวันและอยากจะนำมาออกกำลังกายด้วย Apple Watch Series 5 ก็ตอบโจทย์ไม่น้อย เชื่อมต่อกับ iPhone ก็ง่ายดาย และยังมีแอพพลิเคชันสำหรับออกกำลังกายมากมาย รวมถึงมี GPS ภายในตัวด้วย และยังลงแอพพลิเคชันเสริมอย่าง Nike Run Club เป็นตัวเลือกเพิ่มเติมในการับการวิ่งของเราได้อีก แต่จะมีราคาค่อนข้างสูง รวมถึงจะต้องทำการชาร์จทุกคืนด้วย อย่างไรก็ตามถือว่า Apple Watch Series 5 ได้มีการพัฒนาสำหรับด้านการออกำลังกายขึ้นมาพอสมควรเลย

สำหรับปี 2020 ยังไม่ทันหมดเดือนแรกก็มีนาฬิกา GPS รุ่นใหม่เริ่มเปิดตัวไปแล้วอย่าง Suunto 7 ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ WearOS ของ Google ก็ถือว่าน่าสนใจมากว่าตลาดนาฬิกา GPS และสมาร์ทวอชสำหรับออกกำลังกายในปีนี้จะเป็นอย่างไร น่าติดตามกันมากๆ