เป็นที่ฮือฮากันในวงการวิ่งพอสมควรเลยสำหรับรองเท้าวิ่งที่ช่วยส่งเสริมให้นักวิ่ง วิ่งแบบมีประสิทธิภาพมากขึ้น แน่นอนว่า Vaporfly รองเท้าของ Nike ตกเป็นโจทย์หลักของการพูดถึงครั้งนี้ เพราะอีลิทระดับโลกอย่าง เอเลียด คิปโชเก (Eliud Kipchoge) นักวิ่งชาวเคนยา ขวัญใจนักวิ่งทั่วโลก ที่วิ่งทำลายกำแพงต่ำกว่า 2 ชั่วโมง ในการวิ่ง Ineos 1:59 Challenge เมื่อตุลาคม 2019

ก้าวทุกก้าวของคิปโชเกในวันนั้น เป็นที่ตราตรึงในสายตาของผู้ชม พร้อมกับเป็นแรงบันดาลใจให้ใครหลาย ๆ คนระเบิดศักยภาพของตัวเองออกมา รองเท้าวิ่งที่เฮียคิปโชเกใส่ เป็นรองเท้า Vaporfly NEXT% ตัวท็อปของ Nike ที่ออกแบบและผลิตมาเพื่อคิปโชเกโดยเฉพาะ ซึ่งใส่ TPU ที่ Nike เรียกว่า “tensile strands” รวมถึงส่วนหน้าของรองเท้าที่แตกต่างจาก Vaporfly NEXT % ปกติ สำหรับใส่วิ่งทำลายกำแพงต่ำกว่า 2 ชั่วโมง ในเวียนนา

เมื่อนักวิ่งที่สามารถทะลุขีดจำกัดของตัวเองในการวิ่ง รองเท้าวิ่งที่เข้ามาซัพพอร์ตจึงเป็นประเด็นสำคัญในการพูดถึงการวิ่งของคิปโชเก้ ล่าสุดสำนักข่าวรอยเตอร์ เขียนถึงประเด็นนี้ว่า

“ผู้คนทั่วโลกกำลังรอผลจาก governing body World Athletics ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบเรื่องรองเท้าที่ใช้เทคโนโลยีสุดล้ำของ เอเลียด คิปโชเก และบริจิด คอสเก (Brigid Kosgei) นักวิ่งชาวเคนย่า ที่ใส่รองเท้า Nike Vaporfly Next% เจ้าของสถิติโลกฝ่ายหญิงด้วยเวลา 2:14:04 ชม. ในสนาม Chicago Marathon 2019 ซึ่งล้มเจ้าของสถิติ พอลลา แรดคลิฟฟ์ (2:15:25 ชม.) ซึ่งครองตำแหน่งมานานกว่า 16 ปีลงได้  สิ่งที่ World Athletics กำลังเผชิญอยู่คือการชั่งใจที่จะแบนรองเท้า หรือ จะจัดการกับการจำกัดการใช้เทคโนโลยีของแผ่นคาร์บอน และเทคโนโลยีการกันกระแทกไม่ให้มีมากเกินไป”

Carol Spieckerman จากที่ปรึกษา Spieckerman Retail บอกว่า “การแบนรองเท้าที่มีประสิทธิภาพของไนกี้นี้จะไม่ทำลายชื่อเสียงของไนกี้ ในทางกลับกันประเด็นที่ทั่วโลกกำลังโต้เถียงจะสามารถเพิ่มยอดขายให้กับ Vaporfly อย่างง่ายดาย

จริงๆ แล้วที่ผ่านมาเคยเกิดประเด็นการโต้เถียง และวิพากษ์วิจารณ์ เมื่อไมเคิล จอร์แดน (Michael Jordan) สวมรองเท้าผ้าใบสีแดงและสีดำ ที่ชื่อว่า Air Jordan ในการแข่งขัน ซึ่งละเมิดกฏของเอ็นบีเอ ที่นักบาสทุกคนต้องใส่รองเท้า “สีขาว” ในการแข่งขันเท่านั้น ถ้าไมเคิลใส่ลงสนาม ทางเอ็นบีเอจะปรับครั้งละ 5,000 ดอลล่าร์ แน่นอนว่า  ไนกี้ไม่สนใจคำขู่ของเอ็นบีเอ และยอมเสียค่าปรับครั้งละ 5,000 ดอลล่าร์ ทุกนัดที่ไมเคิลสวมใส่ และท้ายที่สุด ไมเคิล จอร์แดน กลายมาเป็น Rookie of the Years ด้วยฟอร์มการเล่นอันร้อนแรง ด้วยรองเท้าที่โดดเด่นสะดุดตา ทำให้ไนกี้มียอดธุรกิจราวหนึ่งพันล้านดอลลาร์จากการเปิดตัว Air Jordan 1

ฟากฝั่งเดอะไทมส์ ของลอนดอน ให้ข้อมูลว่า มีแนวโน้มที่จะออกกฎหมายห้ามเกี่ยวกับรองเท้าในการแข่งขัน ในขณะที่เดอะการ์เดียนรายงานว่า ยังไม่ได้ห้ามโดยทันที แต่ความตั้งใจของ IAAF อาจจะห้ามการอัปเกรดรองเท้าในอนาคต เช่น การเพิ่มเทคโนโลยีโฟมใน midsole ของไนกี้

ประเด็นที่ทำให้ไนกี้ถูกจับตามองคือ การที่ไนกี้ยืนยันจะเอารุ่นที่เอเลียด คิปโชเก้ ใส่ทำลายกำแพง มาเป็นรุ่นต่อไปของ NEXT% และถ้าหากมีคำสั่งแบนรองเท้าตระกูล Vaporfly  ทาง IAAF จะต้องออกกฏและจำกัดวัสดุ และเทคโนโลยีของรองเท้าที่ใช้ในการแข่งขัน เพื่อสร้างมาตรฐานเดียวกัน

คิปโชเก ให้สัมภาษณ์กับเดอะเทเลกราฟ ว่า “เป็นเรื่องที่แฟร์แล้ว ที่ฉันฝึกฝนมาอย่างหนัก ขณะที่เทคโนโลยีกำลังเติบโต ซึ่งเราไม่สามารถปฏิเสธมันได้ ฉะนั้นเราเองต้องไปกับเทคโนโลยี ”

ชวนเพื่อน ๆ ติดตามกันต่อไปว่ารองเท้า Nike Vaporfly NEXT % จะเป็นไปในทิศทางไหน จะโดนแบน หรือจะถูกจำกัดประสิทธิภาพหรือไม่ 

สุดท้ายแล้วการจะวิ่งให้ได้ดี พื้นฐานการวิ่งต้องมาก่อนนะจ๊ะ อย่าลืมไปซ้อมวิ่งกันเน้อ 

อ้างอิง :  https://reut.rs/364578i
https://bit.ly/38ftAcl

ภาพ : INEOS 1:59 Challenge