“ไม่อยากวิ่ง” “ไม่มีแรงบันดาลใจจะวิ่ง” “เบื่อ” ฯลฯ เคยผ่านภาวะอารมณ์เหล่านี้กันมาแล้วใช่ไหมละคะ หรืออาจจะกำลังเป็นอารมณ์แบบนี้อยู่ เราเรียกอารมณ์แบบนี้ว่า “หมดใจ” ในการวิ่งก็ได้นะ

แต่ก็ไม่ใช่ว่าหมดใจแล้ว จะหันหลังให้กับการวิ่งไปตลอดกาล แอดมินคิดว่าคุณกลับมาวิ่งได้ เพียงแต่อารมณ์ที่เจอก็เป็นอารมณ์ปกติของมนุษย์เรานี่ละค่ะ

ถ้าคุณไม่อยากวิ่งแล้ว แอดอยากชวนคิดและลองตั้งคำถามกับตัวเองดู เมื่อสบายใจแล้ว พักหายเหนื่อยแล้ว จัดการตารางชีวิตได้แล้ว ก็กลับมาวิ่งกันได้

1. ลองหาเป้าหมายใหม่ ๆ เป้าหมายที่ว่านี้ อาจจะรวมถึงความท้าทายใหม่ด้วยนะ เช่น ตั้งเป้าหมายว่าปีนี้จะต้องวิ่งเก็บระยะทางให้ได้ 2020km. | วิ่งระยะไกลสัก 1 ครั้ง | ทำสถิติการวิ่งให้ดีกว่าเดิม เพราะเมื่อคุณมีเป้าหมายใหม่ ๆ “การซ้อมอย่างสม่ำเสมอ” จะบีบบังคับและเค้นให้คุณออกไปซ้อมวิ่งเองละค่ะ และเมื่อซ้อมอย่างสม่ำเสมอ ทำอะไรซ้ำ ๆ ทุกวันคุณก็จะกลับมาวิ่งได้ทุกวันเช่นกัน

2. ถอยอุปกรณ์ใหม่ แหม๊…การเสียเงินกับอุปกรณ์วิ่ง ไม่ว่าจะรองเท้า เสื้อ กางเกง ฯลฯ ทำให้เราต้องใช้อุปกรณ์ใหม่ ๆ อย่างคุ้มค่ากับเงินที่เสียไป เรียกได้ว่า “เอาให้คุ้ม” ยิ่งไปลงงานวิ่งและมีภาพสวยๆ ด้วยนะ ยิ่งกระตุ้นให้เราอยากใส่ออกไปวิ่ง

3. หาแรงบันดาลใจ พวกเรามีไอดอลในการวิ่งเป็นใครกันบ้างคะ? ถ้าถามแอดมินนะ แอดยกให้ “พี่ตูน” นักวิ่งคนดีแห่งปีเลย ลองนึกดูนะคะ พี่ตูนงานก็เยอะ เวลานอนก็น้อย แต่ก็สามารถจัดเวลาออกมาวิ่งได้ จะแดดเปี้ยงๆ จะฝนตก เราก็จะเห็นพี่ตูนซ้อมวิ่งริมถนนบ่อย ๆ และยิ่งวิ่งระดมทุนช่วยเหลือโรงพยาบาลต่าง ๆ ด้วยแล้ว ไม่ว่าจะเหนื่อยขนาดไหน พี่ตูนก็ยังคงวิ่งอยู่เสมอ กลับมามองที่ตัวเรา เราว่า…เรามีเวลามากกว่าพี่ตูนอีก เราต้องหาเวลามาวิ่งได้สิน่า

4. ลองวิ่งเทรลดูบ้าง การได้ไปวิ่งสัมผัสและฟังเสียงธรรมชาติ การันตีได้เลยว่า “ฟิน” สุด ๆ สิ่งที่ธรรมชาติสอนเราและบอกเราคือ เราไม่สามารถคว้าอะไรมาง่าย ๆ การผ่านอุปสรรคและก้าวต่อไปด้วยความอดทนเป็นสิ่งที่เราทุกคนล้วนเผชิญค่ะ บางทีนะคะ…การวิ่งเทรลดูยากกว่าชีวิตจริงที่เรากำลังเผชิญอยู่ด้วยซ้ำ เช่น การวิ่งขึ้นเขา การฝ่าฟันความกลัวในป่า การวิ่งข้ามเวลาจากกลางวันสู่กลางคืน ฯลฯ ลองดูค่ะ…แล้วคุณจะพบว่าความเจ็บปวดจากการวิ่งสอนอะไรให้กับชีวิตมากมายเลยทีเดียว

5. ถามตัวเองดูว่า ที่ออกมาวิ่ง “วิ่งเพื่ออะไร” ลองย้อนกลับไปช่วงแรก ๆ ที่คุณก้าวออกมาวิ่ง ว่าคุณวิ่งไปทำไม วิ่งเพราะอะไร และวิ่งเพื่ออะไร หลาย ๆ ครั้งที่แอดมินก็เกิดคำถามกับการวิ่งของตัวเองเช่นกัน แต่เมื่อเรากลับไปมองเป้าหมายแรกแล้ว เราจะพบกับคำตอบในสิ่งที่กำลังทำอยู่ค่ะ เช่น อยากมีสุขภาพดี อยากมีเพื่อน อยากท้าทายตัวเอง ฯลฯ ถ้าคุณตอบคำถามนั้นได้ แอดมินเชื่อว่า คุณจะกลับมาวิ่งใหม่ได้อีกครั้งค่ะ

6. ถ้าไม่อยากวิ่ง ก็ออกกำลังกายแบบอื่นสิ จริงๆ การครอสเทรนนิ่งมีประโยชน์นะ เพราะจะช่วยสร้างกล้ามเนื้อส่วนอื่น ๆ ให้ร่างกายเราด้วย เช่น เวทเทรนนิ่ง ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน เต้นซุมบ้า โยคะ ฯลฯ ในช่วงเวลาที่เราเบื่อ ๆ จากการวิ่งลองออกกำลังกายแบบอื่นดู แอดมินว่าเราจะได้ประสบการณ์ใหม่ ๆ จากกิจกรรมอื่น และยังแข็งแรงอีกด้วย

ใครมีประสบการณ์แบบนี้ ลองมาแชร์กับเราได้เลยนะคะ แล้วมาวิ่งไปด้วยกัน