ปลายปีที่ผ่านมา THAIRUN ได้มีโอกาสไปร่วมงาน “HOKA ONE ONE – Run to your Passion” สร้างแรงบันดาลใจ สู่เป้าหมายสุดยอดนักวิ่ง ซึ่งจัดโดย เรฟ อิดิชั่น (REV RUNNR) ที่นอกจากจะเป็นการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ HOKA ONE ONE แล้ว เรายังได้มีโอกาสพิเศษได้พูดคุยกับนักวิ่งทีมชาติอเมริกา อย่าง “Tylor Andrews” อีกด้วย

เขาเป็นหนึ่งในนักวิ่งที่เข้าร่วม Project Carbon X กับทาง HOKA โปรเจคที่ตั้งเป้าทำสถิติใหม่ ของการวิ่งระยะ 100 กม. ด้วยการใช้รองเท้า HOKA Carbon X ในการวิ่ง และผ่านสนามมามากมายตั้งแต่ระยะฮาล์ฟมาราธอน จนถึงอัลตร้ามาธอน การันตีเหรียญเงินในรายการ IAU 50 km World Championships 2016 ด้วยเวลา 2:56:04 ชม. เรียกว่ามากความสามารถจริง ๆ

เป้าหมายส่วนตัวของการเป็นนักวิ่ง
ผมคิดว่าเป้าหมายของผมหลัก ๆ คือ การค้นหาขีดจำกัดของตัวเอง อย่างตอนที่ผมอยู่มัธยม ช่วงอายุ 17 ปี ผมออกวิ่ง 5 กิโลเมตร และพยายามลองวิ่งให้เร็วขึ้น ยิ่งตอนนี้ผมอายุมากขึ้น ระยะทางในการวิ่งยิ่งไกลมากขึ้น ทำเวลาได้เร็วขึ้นเช่นกัน ถ้ามองในแง่ของเป้าหมาย มันเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ถ้าลองเทียบเพซที่ผมใช้ในการวิ่ง 100 กิโลเมตร กับ 5 กิโลเมตร มันเร็วกว่าก่อนแน่นอน แต่ทั้งสองอย่างนี้มันก็ยังเป็นแรงจูงใจเดิมที่ผมใช้พัฒนาและค้นหาขีดจำกัดของตัวเอง

คุณสร้างแรงจูงใจให้กับตัวเองอย่างไร
การสร้างแรงจูงใจให้กับตัวเองเป็นสิ่งที่ยากสำหรับทุกคนอยู่แล้ว ผมมองว่า การวิ่งมันก็เป็นกีฬาอย่างหนึ่ง ที่คุณจะต้องใช้ความอดทนในการฝึกซ้อม ใช้เวลายาวนานในการพัฒนาความสามารถของเรา คุณต้องเข้าใจว่าการวิ่งเป็นสิ่งที่เราต้องค่อย ๆ ฝึกฝนไปเรื่อย ๆ เพิ่มไปวันละนิด วันละหน่อย แน่นอนว่าคุณไม่สามารถออกไปวิ่งวันเดียวแล้วหวังว่ามันจะทำให้คุณวิ่งเก่ง มันเป็นไปไม่ได้

ดังนั้น สำหรับผมแล้ว การสร้างแรงจูงใจในการวิ่งของผม คือ การให้ความสำคัญ ให้คุณค่ากับทุก ๆ วัน ไม่ต้องสรรหาข้ออ้าง ฝนตกบ้างล่ะ อากาศไม่ดีบ้างล่ะ วันนี้เหนื่อยบ้างล่ะ ยิ่งคุณหาข้ออ้างในแต่ละวันไปเรื่อย ๆ ก็เหมือนคุณลดคุณค่า ลดความสำคัญของแต่ละวันลงไป มันก็ไม่ได้ทำให้คุณวิ่งดีขึ้นเลย

ได้ยินว่าคุณวิ่งเยอะมากตั้ง 160 ไมล์ ต่อสัปดาห์
ใช่ครับ (ยิ้ม) ผมวิ่งเยอะจริง ๆ แหละครับ

วิ่งเยอะขนาดนี้ ขอเคล็ดลับในการวิ่งหน่อยได้ไหม
สำหรับผมสิ่งสำคัญ คือ การค่อย ๆ สร้างเป้าหมายใหม่เรื่อย ๆ ตอนผมเริ่มวิ่งใหม่ ๆ ในหนึ่งสัปดาห์ผมวิ่งประมาณ 30 – 40 กิโลเมตร ซึ่งก็เป็นระยะปกติสำหรับนักวิ่งทั่วไป แต่เป้าหมายระยะของผมมันมีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทุกปี เพิ่มทีละนิด ทีละนิด ผมว่านี่คือเคล็ดลับของผมนะ การสร้างเป้าหมายใหม่เรื่อย ๆ อย่างเช่น อยากจะวิ่งได้ไกลขึ้น อยากจะวิ่งดีขึ้นกว่า 6 เดือนที่แล้ว หรือปีที่แล้ว ทีนี้ก็ต้องหาคำตอบจะทำยังไงให้ดีขึ้น แน่นอนว่าการที่จะทำเป้าหมายได้สำเร็จนั้น ต้องหมั่นฝึกซ้อม อย่างที่ผมบอกตอนแรกว่าการวิ่ง เป็นกีฬาที่ต้องใช้ความอดทน ใช้ระยะเวลาในพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น เป้าหมายที่คุณตั้งไว้จะช่วยผลักคุณไปเรื่อย ๆ ที่สำคัญอีกเรื่อง คือ การหาความเร็ว หรือรูปแบบการวิ่งที่เหมาะสำหรับตัวคุณ นี่แหละเคล็ดลับ

แต่ผมก็มีเคล็ดลับง่าย ๆ ธรรมดาเลยนะ ที่ผมมักจะบอกคนอื่น ๆ หาเพื่อนไปวิ่งด้วยซะ ผมว่านี่แหละเคล็ดลับที่ดีที่สุด ข้ออ้างต่าง ๆ ที่คุณชอบสร้าง ปวดขาบ้าง อากาศไม่ดีบ้าง แต่ถ้าเพื่อนมารอคุณแล้ว จะเบี้ยวนัดมันก็ยากแล้ว อย่างน้อยเราก็ไม่ได้วิ่งคนเดียว

มีบ้างไหมที่วิ่งอยู่แล้วเกิดคำถามว่า ฉันมาทำอะไรตรงนี้
มันก็บ้างครับ เป็นธรรมดาที่เราจะรู้สึกว่า เรามาทำอะไรตรงนี้ เรามาวิ่งทำไม อยากจะนอนอยู่บนเตียงเฉย ๆ ก็มี แต่อย่างที่ผมบอกไปตอนต้น เพราะเรารู้ไงครับว่าจะทำอะไร เรามีเป้าหมายของเรา นั่นก็คือคำตอบว่าทำไมเรามาอยู่ตรงนี้ หรืออย่างข้ออ้างที่เราผุดมันขึ้นมา เหนื่อย หรือเจ็บ เราก็ต้องกลับมาถามตัวเราจริง ๆ อีกครั้ง ว่ามันเป็นแค่ข้ออ้าง หรือว่าเราเจ็บจริง ๆ ถ้าเจ็บจริงเราก็ต้องพักนะครับ อย่าฝืนร่างกายไปทรมาน 

พูดถึงเรื่องบาดเจ็บ คุณมีข้อแนะนำสำหรับนักวิ่งไหม
พักครับ เรื่องบาดเจ็บเป็นธรรมดาที่จะเกิดขึ้นกับนักวิ่งทุกคน ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่ หรือเชี่ยวชาญแล้ว การพักก็ช่วยเรื่องบาดเจ็บได้ แต่ว่าทางที่ดีคือไปปรึกษาแพทย์ครับ เราจะได้รู้ไปเลยว่าเจ็บเพราะอะไร

คำถามสุดท้าย งานวิ่งงานไหนที่คุณประทับใจที่สุด
คำถามนี้ดีนะ … ผมว่าน่าจะเป็น IAU 50 km World Championships 2016 นะ แม้ว่าผมจะได้ที่ 2 สำหรับการแข่งขันประเภทเดี่ยว แต่ว่ามันก็มีการแข่งแบบทีมด้วย ซึ่งทีมผม ทีม USA เนี่ย ก็ชนะในการแข่งขันนั้น ผมว่ามันเป็นโอกาสพิเศษที่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในทีม ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราทุ่มเทฝึกซ้อมกันมามันได้ผล เป็นตัวแทนของประเทศที่ได้ไปยืนตรงนั้น ผมว่านี่แหละที่ทำให้มันดูพิเศษกว่างานอื่น

โอ้โห คุณนี่สุดยอดจริง ๆ
ไม่หรอกครับ แต่ขอบคุณครับ (ยิ้ม)