เข้าเรื่องเลยครับ ไม่ต้องเกริ่นเยอะ งานวิ่งระดับ World Marathon Majors ที่ได้รับความนิยมในหมู่นักวิ่งไทยมากที่สุดสนามหนึ่ง ได้รับการยกระดับ Gold Label การจัดการทุกอย่างมีความพิถิพิถันใส่ใจ ไม่ว่าจะเป็นนักวิ่งขาแรงระดับ Sub 3, Sub 4 หรือว่าเป็นนักวิ่งแนวหลังที่สามารถวิ่งผ่านคัทออฟ 6:40 ชม. งานนี้เปิดเส้นชัยที่ 7 ชั่วโมง สนามที่ถูกขีดเส้นใต้ไว้ว่า “ชีวิตนี้ขอวิ่งสักครั้ง” ผมได้รวบรวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์เท่าที่ทราบ และเป็นแฟนของสนามนี้มาครับ

ช่วงเวลาเปิดรับสมัคร
ตามปรกติแล้ว โตเกียวมาราธอนจะเปิดรับสมัครกันข้ามปี เดือนที่เริ่มเปิดรับสมัคร (อ้างอิงมาจากหลายปี) คือ ต้นเดือนมิถุนายน จนถึงสิ้นเดือนสิงหาคม แต่ละช่วงที่เปิดรับจะมีรายละเอียดเงื่อนไขที่แตกต่างกันไม่ว่าจะเป็น การสมัครแบบชาริตี้ การสมัครแบบล็อตโต แต่การประกาศผลยืนยันชื่อนักวิ่งจะเกิดขึ้นภายในเดือนกันยายน

ช่วงเวลาการวิ่ง
สนามนี้เลือกช่วงเวลาการจัดงาน คือ วันอาทิตย์สุดท้ายของเดือนกุมภาพันธ์ หรือว่าวันอาทิตย์แรกของเดือนมีนาคม เป็นช่วงเวลาที่โตเกียวมีอุณหภูมิที่หนาวระดับ 7 – 9 องศาเซลเซียส โดยประมาณ ในครั้งต่อไปจะจัดขึ้นวันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม 2020

วิธีสมัครมีอยู่ 3 วิธี (หากเป็นนักวิ่งต่างชาติ)

1. ใช้เวลาเป็นใบเบิกทาง หรือสมัครวิ่งในกลุ่มที่เรียกว่า Semi Elite (Overseas)
เปิดขึ้นสำหรับนักวิ่งต่างชาติโดยเฉพาะจำนวนหญิงและชายรวมกัน 300 ท่าน  สัดส่วนเป็นไปตามผลเวลาผู้สมัครไม่ได้ระบุ ว่ารับหญิงและชายอย่างละกี่ท่าน โดยนักวิ่งชายต่างชาติที่มีคุณสมบัติจะยื่นเวลาเพื่อลงสนามได้ ต้องทำความเร็วในฟูลมาราธอนที่ต่ำกว่า 2:45 ชม. ส่วนนักวิ่งหญิงต้องมีคุณสมบัติสมัครเป็น Semi Elite ต้องทำความเร็วในฟูลมาราธอนที่ต่ำกว่า 3:30 ชม.

การบันทึกสถิติเวลานี้ต้องวิ่งในสนามที่ได้รับการรับรองจาก AIMS และ IAAF วิ่งบนสนามมาตราฐาน ระดับ Bronze, Silver, Gold Label เท่านั้น การวิ่งทำสถิติดังกล่าวต้องเกิดขึ้นภายในกรอบเวลา 1 ปี ย้อนไปได้ เริ่มเก็บในเดือนมิถุนยายนของปีที่ผ่านมาเท่านั้น

  • เกร็ดข้อมูลน่ารู้: สถิติมาราธอนชายของประเทศญี่ปุ่น ที่ได้รับการยอมรับว่าจะ Entry Semi Elite ได้ พวกเขาวิ่งกันต่ำกว่า 2:35 ชม. อ้างอิงจากงานมาราธอนระดับอีลิทในญี่ปุ่นที่ขีดเส้นคุณสมบัตินี้เอาไว้ เช่น Fukuoka International Marathon และสังเกตได้ว่าการตั้งเงื่อนไขเวลาที่ต่ำกว่า 2:45 ชม. ของโตเกียวมาราธอนนั้นทางสนามไม่ได้จำกัดช่วงอายุของนักวิ่ง เป็นลักษณะเปิด และขอย้ำว่าจำนวนที่ตั้งรับ Semi Elite ต่อปีอยู่ที่ 300 ท่าน รวมทั้งนักวิ่งชายและหญิง สามารถติดตามรายละเอียดที่ RUN as ONE – Tokyo Marathon

2. ใช้วิธีชาริตี้ หรือแสดงเจตจำนงที่จะบริจาคเงินขั้นต่ำ 100,000 เยน (ประมาณ 28,000 บาท)
โตเกียวมาราธอน ภายใต้การบริหารงานแบบมูลนิธิได้ทำโปรแกรมชาริตี้ร่วมกับองค์กรเพื่อสาธารณะประโยชน์หลายองค์กร โดยกำหนดราคาของบิบวิ่งในกลุ่มนี้ ให้ผู้มีความประสงค์ บริจาคเงิน 100,000 เยน เพื่อแลกกับการวิ่งมาราธอนในปีนั้นครับ แต่บิบในส่วนของการชาริตี้นี้ ก็มีจำนวนจำกัด และหมดไปอย่างรวดเร็วเพียงไม่ถึง 1 ชั่วโมงของการเปิด ในการวิ่งปี 2020 จำนวนบิบชาริตี้กลุ่ม 100,000 เยน มีจำนวนจำกัด ใครมาก่อนได้ก่อน เข้าใจว่าแต่ละปีเงื่อนไขนี้อยู่ที่ไม่เกิน 10% ของนักวิ่งในสนามทั้งหมด

  • เกร็ดข้อมูลน่ารู้: การสมัครบิบชาริตี้ เมื่อสมัครผ่านแล้วจะทำการตัดเงินผ่านบัตรเครดิตในวันที่สมัครทันที เมื่อถูกตัดเงิน จะมีอีเมล์แจ้งกลับ “ถือเป็นการยืนยันสิทธิ์” ว่านักวิ่งท่านนั้น สามารถวิ่งรายการโตเกียวมาราธอนได้ แต่เรื่องที่หลายท่านยังไม่ทราบ คือ ราคาชาริตี้ 100,000 เยนนี้ ยังไม่ได้รวมค่าเสื้อที่ระลึก หรือว่าออฟชั่นสิ่งของต่าง ๆ ที่ทางเรซจัดทำขึ้นมา นักวิ่งจะได้รับเพียงเบอร์วิ่งอย่างเดียวในการสมัคร
  • นักวิ่งจะต้องทำการเลือกซื้อของเพิ่มตามความสมัครใจครับ เมื่อชาริตี้ระดับบุคคลเต็มยอดที่ 100,000 เยน แล้ว ทางโตเกียวมาราธอนจะเปิดทำชาริตี้ในระบบการประมูล การทำในกลุ่มองค์กร ดูจากเงื่อนไขและราคาแล้ว ผมคิดว่าโปรแกรมนี้เหมาะกับนักวิ่งที่อยู่ที่ในประเทศญี่ปุ่นมากกว่ากลุ่ม Overseas Runner หรือนักวิ่งจากต่างประเทศครับ นักวิ่งไทยหลายคนได้ลงสนามโตเกียวมาราธอนในโปรแกรมชาริตี้นี้พอสมควรครับ

3. ใช้วิธีลุ้นผลล็อตโตหรือว่า “วัดดวง”
ข้อมูลล่าสุดสนามโตเกียวมาราธอนในปี 2020 จะมีนักวิ่งมาราธอนได้ลงสนามทั้งสิ้น 37,500 ท่าน แต่จำนวนนักวิ่งที่เป็นสัดส่วนของล็อตโตอยู่ที่ 26,370 ท่าน ข้อมูลที่ ONE TOKYO แจ้งต่อสาธารณะชนในการสมัครล็อตโตเพื่อลุ้นการวิ่งในปี 2020 นั้น มีจำนวนความต้องการวิ่งที่สนามนี้ 293,996 ใบสมัครจากทั่วโลก จำนวนนี้มาจากการกรอกใบสมัครตั้งแต่วันที่ 1 – 30 สิงหาคมปี 2019 ทำให้เห็นอัตราการได้วิ่งของปีนี้ อยู่ที่ประมาณ 1 ต่อ 11 ครับ นับเป็นการวัดดวงที่ยากเอาการ แต่สัดส่วน 1 ต่อ 10 หรือว่า 1 ต่อ 11 นั้นไม่ได้เป็นตัวเลขที่เพิ่งเกิดขึ้นนะครับ ย้อนกลับไปในรอบ 3 – 4 ปีมานี้ สัดส่วนก็ยังเป็นเช่นนี้เรื่อยมา แต่ข้อดีของการได้ล็อตโตโตเกียวมาราธอน มีอัตราราคาค่าสมัคร 18,200 เยน สำหรับนักวิ่งต่างชาติ หรือประมาณ 5,000 บาท

  • เกร็ดข้อมูลน่ารู้: ในบรรดาสนามมาราธอนเมเจอร์สทั้ง 6 สนามนั้น ลอนดอนมาราธอน ที่มีจำนวนผู้สมัครล็อตโตมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ (London Marathon Lotto Entry 457,861)

นอกเหนือจากวิธีนี้ก็ยังมีการซื้อบิบ จากเอเย่นต์การท่องเที่ยวที่ได้รับสิทธิ์ตรงจากโตเกียวมาราธอนครับ เท่าที่ทราบจะมาพร้อมกับแพ็คเกจโรงแรมที่พัก 2 คืนและตั๋ววิ่ง ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ ที่อัปเดตกว่านี้ ผมมีโอกาสแล้วจะเขียนถึงอีกครั้ง

ข้อมูลอื่น ๆ สำหรับนักวิ่งไทยไปล่าฝันที่สนามนี้ (แบ่งปันจากประสบการณ์จริง)

  • จุดสตาร์ทอยู่ในย่านชินจุกุ เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวชาวไทยคุ้นเคยดี แต่การหาที่พักและเดินทางไปยังสนามวิ่งนั้น สามารถใช้เส้นรถไฟสายสีเขียวยามาโนเตะไลน์ (Yamanate Line) ที่วิ่งเป็นวงกลมรอบเมืองโตเกียวชั้นใน เป็นเกณฑ์ได้ครับ เพราะสามารถใช้รถไฟสายนี้ไปยังจุดสตาร์ได้ ในเวลา 30 – 40 นาที
  • ไปวิ่งงานนี้ใช้งบเท่าไหร่? ข้อนี้ขึ้นอยู่กับรสนิยม และไลฟ์สไตล์ของนักวิ่งแต่ละคนครับ แต่คิดว่าตัวเลขจะวิ่งอยู่ที่ 30,000 – 35,000 บาท เป็นอย่างน้อย รวมตั๋วเครื่องบิน ที่พัก ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ที่เหลือจะไปบานปลายที่ราคาการช็อปปิ้งใน Expo นั่นเองครับ (ราคา 30,000 – 40,000 บาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการ บริหารจัดการของนักวิ่งแต่ละท่านครับ การไปด้วยกัน หารค่าที่พัก เป็นวิธีที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายได้)
  • โตเกียวมาราธอนเป็นการวิ่งที่ต้องเจอกับความหนาวเย็นระดับ 8 – 9 องศาเซลเซียส ปี 2019 มีฝนตกตลอดทั้งการแข่งขัน การปล่อยตัวในแต่ละบล็อกกว่าจะวิ่งผ่านเส้นสตาร์กินเวลาครับ อย่างน้อยมี 20 นาที ส่วนการรอปล่อยตัวตั้งแต่เดินเข้าไปยังจุดสตาร์ทนั้น อย่างน้อยมี 1 ชั่วโมงแน่ ๆ ครับ นักวิ่งจะต้องผจญกับความเย็นและคิวการรอเข้าห้องน้ำที่ 30 – 40 คิวต่อแถวครับ ต้องวางแผนเรื่องนี้
  • งาน EXPO รับเบอร์วิ่ง (BIB) อยู่ที่เกาะโอไดบะ ในปี 2020 จัดรับเบอร์วิ่งเป็นลักษณะกลางแจ้ง เช่นเดียวกับปี 2019 (มีเสียงนักวิ่งเปรียบเทียบว่า ชอบการไปรับเบอร์วิ่งและเดินช้อปปิ้งในอาคาร Tokyo Big sight มากกว่า)
  • พอจะกล่าวได้ว่าเส้นทางวิ่ง 42.195K กม. ของโตเกียวมาราธอนนั้น เพื่อน ๆ จะได้วิ่งผ่านจุดสำคัญของมหานครโตเกียว อาทิเช่น Tokyo Metropolitan Government Building ศาลาว่าการกรุงโตเกียวที่เป็นจุดปล่อยตัวในกิโลเมตรที่ 1 หรือจะเป็นวัดเซนโซจิในย่านอาสาคุซะในกิโลเมตรที่ 15 เห็นวิวของตึกโตเกียวสกายทรีที่บริเวณนี้ มีผ่านย่านสำคัญอย่างถนนกินซ่า และมาจบเส้นชัยในเขตของพระราชวังอิมพีเรียลพาเลซ ใกล้กับสถานีโตเกียวสเตชั่น นักวิ่งที่ไปเที่ยวโตเกียวสามารถแวะไปวิ่งดูสถานที่ที่เป็นเส้นชัยได้ครับ ย่านนั้นมีชื่อเรียกว่า “Marunouchi” (มารุโนยูชิ)

ภาพ: Nicki Dugan Pogue