ใกล้เข้าสู่ปีศักราชใหม่ทุกที ๆ ปีที่ผ่านมาเพื่อน ๆ ลงแข่งขันวิ่งและฝึกซ้อมกันไปตามเป้าหมายหรือเปล่าคะ ?  ใครไม่บรรลุเป้าหมายก็ไม่เป็นไรค่ะ มาเริ่มต้นใหม่กันสำหรับปีใหม่ที่จะถึงนี้ด้วยการซ้อมอย่างสม่ำเสมอกันเถอะ

เพื่อน ๆ ต้องการเป็นนักวิ่งที่มีประสิทธิภาพขึ้นหรือเปล่า แน่นอนว่าถ้าตั้งเป้าหมายแบบนั้น ต้นปีของศักราชใหม่เราก็ต้องเริ่มแบบมีขั้นตอน ซึ่งเราได้รวบรวมมาให้อ่านแล้วค่ะ 

เป้าหมายที่ 1 วิ่งเป็นประจำและสม่ำเสมอ ตั้งเป้าหมายในการซ้อมวิ่ง 4-5 วัน/สัปดาห์ อย่างน้อยวันละ 20 นาที เพื่อสร้างความฟิตให้กับร่างกายและถ้าหากเขียนใส่ตารางวิ่งของเราเป็นประจำก็จะยิ่งดี เพราะจะทำให้เราเกิดความกระตือรือร้นที่จะพิชิตเป้าหมายของสัปดาห์นั้น ๆ และถ้าเป็นไปได้ลองสมัครงานวิ่งที่สร้างสีสันให้ตัวเราเองดู รับรองว่าการวิ่งช่วงเริ่มต้นของเดือนจะเต็มไปด้วยความสนุกแน่นอน

เป้าหมายที่ 2 ปรับอาหารของคุณให้ Healthy  เรื่องโภชนาการเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ได้แพ้การซ้อมวิ่งเลย แนะนำว่าให้คุณบุ๊กมาร์กพวกสูตรอาหาร เมนูอาหาร ส่วนประกอบในอาหาร ที่ถูกต้องตามโภชนาการ และลองทำอาหารสุขภาพด้วยตัวเราเอง หรือชวนเพื่อนมาแลกเปลี่ยนเมนูสุขภาพด้วยก็จะยิ่งดีใหญ่เลย นอกจากสุขภาพดีแล้ว คุณยังได้กินอาหารสุขภาพที่อร่อยด้วยนะ

เป้าหมายที่ 3 สร้าง core body ให้แข็งแรง ถ้าจะวิ่งให้แข็งแรงและมีประสิทธิภาพนั้น เราต้องฝึกฝนร่างกายให้แข็งแรงขึ้นก่อน ด้วยท่าเวทเทรนนิ่งต่าง ๆ เช่น สควอต หรือวิดพื้น เพื่อทำให้ core body แข็งแรง เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการวิ่งของตัวเราเอง ราว ๆ 10-15 ครั้ง ทำอย่างน้อย 1-2 เซตในทุกวัน 

เป้าหมายที่ 4 ลงฮาล์ฟมาราธอนแรกของปี โดยลงวิ่งสักเดือนที่ 3 หรือ 4 หลังจากที่เราได้ฝึกซ้อมมาอย่างสม่ำเสมอ อาจจะแชร์เป้าหมายลงในโซเชียลมีเดียสักหน่อย เพื่อเรียกกำลังใจและแรงฮึกเหิมจากเพื่อน ๆ รอบข้าง และสำรวจดูว่ารองเท้าคู่ใจที่จะพาไปลงสนามวิ่งพร้อมสำหรับเราที่จะวิ่งในระยะไกลหรือไม่ ถ้าไม่พร้อมก็แนะนำว่าลองไปหารองเท้าคู่ใหม่ ที่จะซับพอร์ตการวิ่งระยะไกล

เป้าหมายที่ 5 เป็น Finisher ในการแข่งขันไตรกีฬา หากใครมาสายไตรกีฬา ที่มีทั้งวิ่ง ปั่นจักรยาน และว่ายน้ำ ให้ออกไปซ้อมและหารายการแข่งขันที่จะลงแข่ง เข้าคลาส Spin เพื่อฝึกพัฒนากล้ามเนื้อ และจัดเวลาไปฝึกว่ายน้ำ โดยฝึกซ้อมท่าว่ายน้ำให้ถูกต้อง 

เป้าหมายที่ 6 มีแรงจูงใจที่มั่นคง แม้ว่าจะมีอุปสรรคด้านสภาพอากาศบ้าง ไม่ว่าจะร้อน ฝน หรือหนาว ทำให้เราไม่ได้ไปซ้อมวิ่งตามแผนหรือตารางที่วางไว้ แต่ขอแนะนำว่า ลองปรับการซ้อมให้เหมาะกับตัวคุณเอง ณ ขณะนั้น เช่น ต้องซ้อมยาวเป็นชั่วโมง ก็ลดสัดส่วนการซ้อมลง เพื่อรักษาประสิทธิภาพและความฟิตของร่างกาย อาจจะเวทเทรนนิ่ง หรือซ้อมในยิมก็ได้นะ

เป้าหมายที่ 7 ฝึกโยคะดูสิ ท่าโยคะต่าง ๆ มีส่วนช่วยให้กล้ามเนื้อของเรามีความยืดหยุ่นสูง และป้องกันการบาดเจ็บจากการวิ่งได้ดีอีกด้วย นับเป็นการออกกำลังกายในรูปแบบของการคูลดาวน์หลังการวิ่งได้ดีมากเลยทีเดียว นอกจากเรื่องความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อแล้ว กล้ามเนื้อก็จะแข็งแกร่งมากขึ้น จิตใจก็จะสงบมากขึ้นด้วยนะ ลองทำดูสิ

เป้าหมายที่ 8 เข้ากลุ่มวิ่ง หรือชมรวมวิ่ง จากคำชักชวนของเพื่อน ๆ รอบข้างเราหรือเข้าร่วมตามกลุ่มในเฟสบุ๊กต่าง ๆ ค้นหาจากแฮชแทคก็ได้นะ เพื่อที่จะได้เชื่อมต่อกับเพื่อน ๆ นักวิ่งทั้งที่อยู่รอบข้างเรา และเพื่อน ๆ สังคมวิ่งอื่น ๆ ทั่วโลก เพราะพวกเขาจะแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับการวิ่งอย่างต่อเนื่อง มีเรื่องราวน่าสนใจมาแชร์ อาจทำให้เรามีแรงกระตุ้นในการวิ่งเพิ่มมากขึ้น

เป้าหมายที่ 9 ลองวิ่งเทรลดูมั้ย เราอาจจะลงสมัครงานวิ่งเทรล หรือฝึกซ้อมในเส้นทางเทรลก็ได้ เพื่อฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และทักษะการวิ่งของเราเอง เมื่อกล้ามเนื้อถูกใช้งานในพื้นที่ขรุขระ ทั้ง up hill และ down hill จะทำให้กล้ามเนื้อขาของเราแข็งแรงขึ้น เมื่อวิ่งทางราบบนถนนรับรองว่า วิ่งได้ฉิวเลยล่ะ

เป้าหมายที่ 10 ส่งต่อสิ่งดี ๆ ด้วยการให้ อาจจะเป็นการบริจาคออนไลน์ให้กับผู้ป่วย หรือผู้บาดเจ็บ รวมถึงการเป็นอาสมสมัครต่าง ๆ ยิ่งเราให้ผู้อื่นมากขึ้นเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งได้รับมากขึ้นเท่านั้น 

เอาล่ะ…มาทำให้ปี 2020 เป็นการวิ่งที่เรามีความสุขที่สุด มาเริ่มต้นใหม่ไปด้วยกันนะ 

อ้างอิง : https://bit.ly/2PVywM7