นักวิ่งแนวหลังอย่างเรา ที่วิ่งเร็วสุดได้แค่เพซ 8 และวิ่งไกลสุดได้แค่ 10 กม. แต่อยากจะคว้าเหรียญฮาล์ฟมาราธอนกับเค้าซักเหรียญนึงต้องทำไง นี่เลย บทความที่ช่วยแนวหลังอย่างพวกเราพิชิตเหรียญ “บางแสน21” มาครอบครองได้อย่างภาคภูมิ

ข้อมูลที่ต้องรู้
บางแสน21 มีคัทออฟนะ เวลาที่จะตัดตัวอยู่ที่ 3:40 ชม. แปลว่าคุณจะต้องวิ่งให้จบ 21 กิโลเมตร ให้เข้าเส้นชัยก่อน 3 ชั่วโมง 40 นาที

ฟังครั้งแรก ก็หัวเราะ หึ ๆ ในใจ 3 ชั่วโมง 40 นาที!! โห! นั่นมันหมายถึง 220 นาทีเชียวนะ ผู้จัดใจดีเกินไปหรือป่าว วิ่งเพซ 10 ก็จบแล้ว

แต่ช้าก่อน … บางแสน21 มีจุดตัดตัวระหว่างทางด้วย อีก 3 จุด (เฮ้ยย!! แอดร้องเสียงหลง)

  • จุดแรก ที่ระยะ 10 กม. ตัดตัวที่เวลา 1:50 ชม.
  • จุดที่สอง ตัดตัวที่ระยะ 15 กม. ใครมาไม่ถึงตรงนี้ก่อน 2:40 ชั่วโมง จะไม่ได้ไปต่อ
  • จุดที่สาม จุดรองสุดท้าย อยู่ที่ กม. ที่ 20 ตัดตัวที่เวลา 3 ชั่วโมง 28 นาที (เย้ยยย ก่อนเส้นชัย 1 กม. ก็ยังตัดตัวเหรอเนี่ย)

แอดขอเตือนนะ ว่าสนามนี้เค้าตัดตัวกันจริงจังมาก ใครมาไม่ทัน เค้าไม่ให้วิ่งต่อจริง ๆ จะโดนรวบตัวขึ้นรถสองแถวสีแดง ๆ (หรือที่นักวิ่งเรียกว่า รถหงส์แดง ใครไม่ใช่แฟนลิเวอร์พูลห้ามขึ้น เย้ยยย ไม่ช่ายยย เค้าเรียกกันว่า รถแดง ในตำนานต่างหาก) แล้วอดได้เหรียญจริง ๆ จัง ๆ เลย

แม้แต่ผ่าน กม. 20 ไปแล้ว ก็อย่าไว้ใจเชียว คุณมีเวลาอีกเพียง 12 นาที ที่จะลากร่างกายคุณไปอีก 1.1 กม ก่อนจะถึงเส้นชัย แปลว่าแค่เดินเพซ 12 ก็จะไม่ทันเข้าเส้นชัยนะจ๊ะ

มองในแง่บวก นี่คือสนามมาตรฐานระดับโลก IAAF Silver Label เค้ามีจุดให้น้ำให้ท่า เกลือแร่ เจลเจวสารพัด ทุก ๆ 2 กม. เป๊ะมาก น้ำท่าดีไม่มีขาด บางจุดมีอาหาร ขนมคาวหวานครบครัน เรื่องเครื่องเติมพลังงาน ไม่มีขาดสาย กินกันพุงกางแน่นอน

เอาหล่ะ เมื่อเห็นด่านต่าง ๆ ขวางหน้าครบถ้วน งั้นเรามาวางแผนวิ่งกันดีกว่า ทำยังไง แนวหลังอย่างพวกเรา จะพิชิตเหรียญสนามนี้ได้ เวลาเฉลี่ยของสนามที่ให้ไว้คือเพซ 10 (หรือ 10 นาทีต่อ กม.) แต่เราห้ามวิ่งเพซนี้โดยเด็ดขาด เราควรจะฝืนวิ่งหน่อยในช่วง 12 กม. แรก ให้ได้ซักเพซ 9 เป็นอย่างช้า หรือแปลว่า วิ่งจบ 12 โลแรก ภายใน 1:48 นาที จะได้เก็บเวลาเกือบ 2 ชั่วโมงเต็ม ๆ ให้กับ 9 โลหลัง เหตุผลคือ

1. สนามนี้มีกับดักอยู่หลายจุด ตามนี้เลย สนามนี้ มีคนวิ่ง 12,000 คน แค่ทุกคนยืนตรงจุดปล่อยตัว แถวก็ยาวเกือบ 1 กม แล้ว ทีมไทยรันไปจดสถิติเอาไว้แล้ว พบว่าคนสุดท้ายที่จะได้ออกจากเส้นชัย ก็ปาเข้าไป 8:30 นาทีหลังคนแรก! เราอยู่แนวหลัง ยังจะต้องต่อเวลาให้อีก 8 นาทีครึ่ง! โอว มายก้อด เวลาของคุณก็จะเหลือแค่ 3:32 ชม เท่านั้น เพราะเค้า Cut Off กันตามเวลา Gun Time (เวลาตามเสียงปีน หรือเวลาปล่อยตัวนั่นเอง) แนะนำว่า ให้รีบเข้า Block ในเวลาที่กำหนด ถ้ามาไม่ทันเวลาเข้า block เราจะต้องไปต่อท้ายแถวกันเลย

2. สนามนี้ ช่วงท้ายเรซ มีสิ่งน่ากลัวอยู่บนเขาสามมุก บริเวณนี้มีเจ้าถิ่นเป็นลิงแห่งขุนเขา ลิงเยอะมาก ออกมานั่งดูพวกเราวิ่งกันอย่างสบายใจ ลิงบางตัวจิบกาแฟกินอาหารเช้าดูมนุษย์วิ่งกันเป็นแบบ แต่เรื่องลิงไม่ใช่ปัญหา เพราะเค้าจัดวิ่งกันมาทุกปี ยังไม่เคยมีประวัติถูกลิงทำร้ายแม้แต่ซักครั้งเดียว (อ้าวว แอด ถ้าไม่กลัวลิง แล้วจะมีอะไรน่ากลัวล่ะ) ที่น่ากลัวคือ “เนิน” เส้นทางเป็นทางขึ้นเขา ซึ่งเป็นเนินโหดเลย และกว่าจะถึงจุดนี้แปลว่าคุณวิ่งมาแล้ว 17 กม. ขาคุณล้ามาก ถ้าคิดว่าจะวิ่งตรงนี้ด้วยเพซ 10 เท่าช่วงแรก แอดแนะนำให้คุณคิดใหม่ เพราะนักวิ่งแนวหลังอย่างพวกเรา ถึงจุดนี้ ต้องเรียกว่าเดิน หรือไม่ก็คลานจ้ะ อย่าได้คิดว่าจะวิ่งไหว แนะนำว่า เราต้องเผื่อเวลาไว้ให้มาก ๆ เลย มาถึงเนินนี้ให้ได้ก่อน 2:40 ชม.

3. ก่อนขึ้นเนินเขาสามมุก และหลังลงเนินเขาสามมุก เป็นเส้นทางเลียบทะเล พวกแนวหลังอย่างเราจะมาถึงจุดนี้ แถว ๆ เวลาที่พระอาทิตย์ขึ้น วิวสวยมากกกกกก (ก ไก่ ล้านตัว) ยิ่งมาถึงตรงนี้ด้วยสองขาของเราเอง วิวที่เห็นตรงหน้ายิ่งสวยไปอีกหลายสิบเท่า (เสียใจด้วยนะ น้กวิ่งขาแรง พวกเธอวิ่งผ่านจุดนี้กันไปตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง พลาดความงามนี้ไปอย่างน่าเสียดาย อิอิ) วิวอลังยามเช้าขนาดนี้ ทำให้นักวิ่งแนวหลังอย่างพวกเรา อดไม่ได้ที่จะยกกล้องขึ้นมาเซลฟี่มั่ง ถ่ายเล่นกะเพื่อนมั่ง บางทีเพลิน ถ่ายรูปกัน หมดไป 10 นาที ไม่รู้ตัวเลย จุดนี้จงระวัง ถ่ายซักแชะสองแชะ แล้วเราแนะนำให้ไปต่อ

4. นักวิ่งแนวหลังอย่างเราจะเจอแดดหลังลงเนินเขาสามมุก งานนี้เค้าปล่อยตัวกัน ตี 4:30 แปลว่า หลังจาก 2:30 ชั่วโมงผ่านไป เราจะเจอกับแดดยามเช้าต้อนรับเราเข้าเส้นชัย ร่างกายที่ล้า ๆ เจอแดดเข้าไปอีก ก็จะทำให้กำลังใจเราถดถอย แต่อย่าท้อ ถ้าเรารู้ว่าวิ่งช้า ก็ให้พกหมวกไปด้วย ช่วงแรก ๆ ไม่ได้ใช้ก็เหน็บเอวเอาไว้ รับรอง กม. หลัง ๆ คุณจะขอบคุณแอดที่เตือนให้พกหมวกมาด้วยแน่นอนจ้ะ

เอาหล่ะรู้แผนแล้ว ก็อย่าประมาท ทำตามแผนที่ว่าไว้ รับรองเหรียญ บางแสน21 ไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอน!

สู้ ๆ นะจ๊ะทุก ๆ คน
เป็น 1 ใน 12,000 คนที่คว้าเหรียญในวันนั้นให้จงได้