แน่นอนว่าเราต่างรู้กันดีว่าการออกกำลังกายด้วยการวิ่ง ดีต่อทั้งหัวใจและร่างกาย แต่นักวิ่งทราบกันหรือไม่ว่า ต้องวิ่งนานแค่ไหนร่างกายถึงจะเอานำไขมันออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่

ข้อมูลจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. บอกว่า การออกกำลังกาย หรือการวิ่งจะต้องทำต่อเนื่อง 10 นาทีขึ้นไป ไขมันจะถูกเผาผลาญ หมายความว่า คุณจะต้องออกกำลังกายโดยไม่หยุด ด้วยความหนักปานกลางขึ้นไป (ระดับที่มีเหงื่อซึมๆ ร้องเพลงเริ่มตะกุกตะกักนิดหน่อย พูดประโยคยาวๆ เริ่มติดขัด) แต่ถ้าเราหยุดก่อนถึง 10 นาที แทนที่ร่างกายเราจะเผาผลาญมันกลับไปย้อนเอาพลังงานจากADENOSINE TRIPHOSPHATE (ATP) ใน 20 วินาทีแรก และไกลโคเจนในช่วง 3 นาทีแรก มาใช้แทน ดังนั้นแทนที่จะได้ใช้พลังงานเพื่อการเผลาผลาญไขมัน กลับทำให้เราไม่สามารถทำได้

“ต้องบอกคนที่อยากมีสุขภาพดีให้ชัดเจนว่า 10 นาทีในที่นี้ หมายถึงกิจกรรมระดับ ‘ปานกลาง’ ขึ้นไป ถ้าเปรียบก็อาจจะเทียบได้กับการจ้อกกิ้ง คือวิ่งเหยาะ ๆ  ไม่ใช่การเดินเล่น คือระดับ ‘เบา’ ไม่ใช่การวิ่งแข่งถึงเส้นชัยในปรู๊ดเดียวนั่นคือพวก ‘หนัก’ แต่จ้อกกิ้งหรือกิจกรรมอะไรที่ทำแล้วต่อเนื่องกัน ทำได้นาน ทำแล้วรู้สึกเหนื่อย มีเหงื่อซึม ๆ  ร้องเพลงเริ่มตะกุกตะกักนิดหน่อย พูดประโยคยาว ๆ เริ่มติดขัด ถ้าเหนื่อยระดับนี้ถือว่าใช้ได้

และที่ขอให้ทำ 10 นาที ขึ้นไป ก็เพราะมันจะเป็นเวลาที่ร่างกายนำเอาไขมันมาเผาผลาญสร้างเป็นพลังงาน ซึ่งต้องอย่าทำ ๆ หยุดๆ เพราะถ้าปั่นจักรยานมา 4 นาที หยุดดูนกชมไม้ ร่างกายจะนับหนึ่งใหม่ หรือเต้นแอโรบิกมา 6 นาที แวะกินน้ำนั่งคุยกับคนอื่น อ้าว นับหนึ่งใหม่อีกละ ไม่ถึง 10 นาที หรือจุดที่จะเกิดการเผาผลาญไขมันเต็ม ๆ เสียที ไม่ได้แปลว่าทำไม่ถึงแล้วจะเหนื่อยฟรีหรือสูญเปล่า เพียงแค่ว่ามันไปไม่ถึงจุดที่การเผาผลาญไขมันได้ทำงานเต็มที่ คุ้มค่าเหนื่อยของเรา” รศ.นพ.ปัญญา ไข่มุก คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ผู้เชี่ยวชาญทางด้านกระดูก ข้อ และวิทยาศาสตร์การกีฬา ให้ข้อมูล

ภาพจาก https://www.adrepay.com/topic/871

ดังนั้นการออกกำลังกายที่จะได้ผลเต็มที่ และได้เผาผลาญไขมันด้วย ควรออกกำลังกายแบบระดับความหนักปานกลาง หรือการวิ่งจ็อกกิ้งอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 10 นาทีขึ้นไป เมื่อถึงนาทีที่ 10 ร่างกายจะเผาผลาญไขมันได้มากขึ้น หลังนาทีที่ 13-20 จะเป็นการเข้าสู่ช่วงการเผาผลาญไขมันอย่างจริงจัง โดยไม่กลับไปใช้พลังงานจาก ATP และไกลโคเจนอีก

ถ้าเราวิ่งจ็อกกิ้ง 30 นาที โดยต่อเนื่อง ไม่หยุดพัก เราก็จะสามารถเผาผลาญไขมันได้เต็มที่ถึงราว 18 นาทีกันเลยทีเดียว และแน่นอนว่าถ้าคุณทำทุกวัน หรือสะสมให้ได้อาทิตย์ละอย่างน้อย 150 นาที ตามที่องค์การอนามัยโลกแนะนำ พุงก็จะยุบ โรคภัยก็จะไม่มาถามหา คุณจะมีร่างกายที่แข็งแรงแน่นอน

อ้างอิง : https://bit.ly/2VKpOm7
https://bit.ly/32jRNvt