หลายครั้งหลายครา ที่นักวิ่งมักจะตาโบ๋ ขอบตาดำเป็นหมีแพนด้าในเช้าวันงานที่จะวิ่ง หรือวันซ้อมธรรดา เพราะว่าเรานอนไม่พอ ทั้ง ๆ ที่บางทีอาจจะเข้านอนเร็วแล้ว แต่ทำไมนอนหลับไม่เต็มอิ่มนะ ถ้าเป็นแบบนี้ เราอาจจะต้องหันกลับมาดูตัวเองว่า มีอะไรบ้างที่ทำให้เรานอนไม่เต็มอิ่ม มีอะไรบ้างที่เป็นเรื่องไม่ควรทำ หากเราจะนอนหลับให้ดีขึ้น

1. นอนมาเกินไป
อ้าว … นอนมากเกินไปมันไม่ดีตรงไหน? ตามที่เราทราบกันว่า เวลานอนที่ดีนั้น ควรนอนประมาณ 7 – 8 ชั่วโมง เลยคิดต่อไปว่า ถ้ามากกว่านี้ ก็ดียิ่งกว่านะสิ อย่างนั้นนอนไป 10 ชั่วโมงไปเลย จริง ๆ แล้วนี่เป็นความคิดที่ผิด เพราะการนอนหลับนานกว่าที่ควรจะเป็น จะทำให้เรามีการนอนหลับที่ไม่เป็นกิจวัตร หรือไม่เป็นระเบียบ อีกทั้งการนอนมากเกินไป ยังมีความเสี่ยงต่อสุขภาพไม่แพ้ไปกว่าการนอนน้อย ซึ่งอาจจะทำให้เรามีปัญหาโรคหัวใจ รวมไปถึงปัญหาด้านการเผาผลาญอาหารอีกด้วย นอกจากนี้ การนอนหลับมากเกินไป ยังส่งผลให้เรามีปัญหาในการตื่นเช้า ขาดสมาธิ และเหนื่อยง่าย

2. กินยานอนหลับเป็นประจำ
จริงอยู่ที่ยานอนหลับทำให้เรานอนหลับได้ลึก และยังง่ายแก่การเข้านอนด้วย เรียกได้ว่าหัวถึงนอน ก็ไปเฝ้าพระอินทร์เลย แต่ยานอนหลับนั้นไม่ได้ทำให้เรานอนหลับตามแบบปกติ หรือธรรมชาติที่ควรจะเป็น แม้ว่ายานอนหลับจะสามารถทำให้เราหลับได้ แต่ก็มีผลประโยชน์เพียงในระยะสั้น ท้ายที่สุดยานอนหลับก็ไม่สามารถทดแทนการนอนหลับปกติ ตามธรรมชาติของร่างกายได้

3. นอน แต่ไม่ได้นอน
ถ้าหากคุณเป็นคนหนึ่งที่ตัวนอนอยู่บนเตียง แต่ยังนอนลืมตาอยู่ล่ะก็ ขอบอกเลยว่าไม่ดีแน่นอน เพราะการที่เราตื่นนานกว่า 10 นาที แม้ว่าตัวเราจะนอนอยู่นั้น จะทำให้สมองเริ่มปะติดปะต่อ สุ่มเรื่องราว ความทรงจำ ความคิดต่าง ๆ โผล่มาให้เรานึกคิดต่อ ไม่ได้นอนกันแล้วทีนี้ ซึ่งหากเป็นอย่างนั้น จะทำให้การกลับไปนอนหลับ (แบบหลังจริง ๆ นะ) เป็นไปได้ยาก คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ Rita Aouad จากมหาวิทยาลัยโอไฮโอสเตต (Ohio State University) หากเรานอนไม่หลับจริง ๆ ให้ลุกขึ้นมาหาอะไรทำแทนดีกว่าการนอน แต่ลืมตาตื่นอยู่

4. แอบงีบหลับตอนเย็น
มื้อเย็นยิ่งกินอิ่มแล้วหนังตาก็เริ่มหย่อน รู้ตัวอีกทีก็งีบหลับไปแล้ว เราอาจจะคิดว่าไม่น่าจะใช่เรื่องใหญ่อะไร ถ้าเรางีบในตอนเย็น หรือรับประทานอาหารเย็น แต่การงีบหลับในช่วงเย็นนี้จะส่งผลให้การนอนหลับตอนกลางคืนของเรามีความลำบากมากขึ้น และการงีบหลับหลังอาหารเย็นก็ไม่ใช่วิธีเผาผลาญที่ดีอีกด้วยนะ ดังนั้น เดินเล่นแทนน่าจะดีกว่า

5. จะนอนก็ต่อเมื่อง่วงนอน
หากวันนั้นเป็นวันหยุด เราอาจจะรู้สึกว่าพรุ่งนี้ตื่นสายได้ มีเวลาอีกตั้งมากสำหรับค่ำคืนนี้ จะนอนก็ต่อเมื่อง่วงเท่านั้น ดูแล้วอาจจะไม่มีอะไร แต่การนอนก็ต่อเมื่อง่วงนั้น อาจจะทำให้ร่างกายของเราสับสน งุนงงกับเวลานอนของเราว่าจริง ๆ แล้วเรานอนตอนไหน เมื่อร่างกายไม่สับสนกับเวลานอนแล้ว จะทำให้การนอนหลับของเรามีประสิทธิภาพที่ลดลง ทางที่ดีควรตื่นนอน และเข้านอนในเวลาเดิมในทุก ๆ วัน เป็นสิ่งที่ดีที่สุด

เอาล่ะ ใครรู้ตัวว่าทำเรื่องแบบนี้บ่อย ๆ ก็ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมนะ จะได้ไม่รู้สึกง่วงหนาวหาวนอนในวันวิ่งจริง วันซ้อมวันธรรมดา หรือแม้วันทำงานปกติของนักเหล่านักวิ่ง

อ้างอิง:
30 Habits That Are Wrecking Your Sleep