‘พริบพรีอีโคเทรล 2019’ วิ่งเทรลเมืองขนมหวาน

1139

พริบพรีอีโคเทรล 2019 (Pribpree Eco Trail) จัดขึ้นเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2562 ที่ผ่านมา ณ โรงเรียนบ้านพุตุม ตำบลท่าช้าง อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก ที่มีนักเรียนตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงประถม 6 รวมนักเรียนทุกระดับทั้งโรงเรียนมีเพียง 55 คนเท่านั้น งานนี้จัดขึ้นโดย Pathwild ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเพชรบุรี สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 สาขาเพชรบุรี สมาคมสื่อมวลชนเพชรบุรี กลุ่มคนรักษ์เขาแด่น ป่าชุมชนบ้านพุตุม และสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเพชรบุรี

จังหวัดเพชรบุรีอยู่ห่างจากกรุงเทพประมาณ 150 กิโลเมตร เป็นเมืองเก่าแก่มีประวัติศาสตร์ยาวนานนับย้อนไปกว่าพันปี ตั้งแต่สมัยอาณาจักรทวารวดี มีตำนานที่เล่าสืบต่อมาว่าในสมัยโบราณ เมื่อชาวเรือมองย้อนกลับมาบนฝั่ง จะพบว่ามีแสงระยิบระยับในเวลากลางคืน ซึ่งแสงดังกล่าวมาจากบนเขาแด่น ภูเขาที่สูงที่สุดในแถบนี้ จึงได้เรียกเมืองนี้ว่า พริบพรี ที่มีความหมายว่าระยิบระยับ และเชื่อกันว่าบนยอดเขาแด่นมีเพชรพลอยอยู่มาก จากชื่อพริบพรี กลายมาเป็นชื่อ เพชรบุรี ในปัจจุบัน

อำเภอบ้านลาดเป็นอำเภอเล็ก ๆ ในเมืองเพชร ที่อาจไม่ค่อยมีใครรู้ว่าที่นี่มีป่าชุมชนที่อุดมสมบูรณ์ มีน้ำตกใหญ่ ภูเขาสูง ทุ่งนาเขียวขจี แซมด้วยแนวต้นตาลอันเป็นเอกลักษณ์ของเมืองเพชร ที่สำคัญ ชาวบ้านและผู้นำชุมชนเข้มแข็ง มีวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นในการทำงานเพื่อสังคมอย่างแท้จริง

การแข่งขันแบ่งเป็นระยะ 5, 10, 25 และ 50 กิโลเมตร เส้นทางมีต้นไม้ขึ้นอุดมสมบูรณ์ ทั้งเป็นทางดิน ภูเขา และหินลอย การวิ่งจึงต้องมีความระมัดระวังเป็นอย่างมาก ยิ่งในระยะ 25 และ 50 กิโลเมตร จะผ่านยอดเขาแด่น ยอดเขาที่สูงที่สุดในบริเวณนั้น ซึ่งมีความสูง 538 เมตร  ซึ่งบนนั้นเราจะมองเห็นวิวได้ไกลไปถึงชายทะเลหัวหิน รวมไปจนถึงเทือกเขาตะนาวศรีฝั่งตะวันตกที่กั้นชายแดนระหว่างไทยกับพม่า

บนสันเขาเดียวกับยอดเขาแด่น เลยยอดเขาไปไม่ไกล มีสถานที่ที่นับเป็นปรากฏการณ์ที่หาชมได้ยากแห่งหนึ่ง เรียกว่า ลานลั่นทม เป็นลานหินกว้าง โล่ง มีวิวสวยงามมองเห็นได้กว้างไกล ที่พิเศษคือลานหินนี้เต็มไปด้วยต้นลั่นทมหรือลีลาวดี ซึ่งไม่ใช่พืชประจำถิ่นของที่นี่ นี่จึงเป็นเรื่องน่าประหลาด บนนั้น ไม่มีหมู่บ้าน ไม่มีร่องรอยการพักอาศัย ต้นลั่นทมบางต้นสูงใหญ่แตกกิ่งก้านออกเป็นจำนวนมาก เป็นหลักฐานยืนยันอายุที่ยาวนานนับร้อยปีของมัน

ชาวบ้านที่นี่ เล่าให้ฟังว่า เมื่อครั้งกว่า 150 ปีก่อน ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ได้มีการก่อสร้างพระนครคีรี (เขาวัง) ขึ้นในขณะนั้น และในการก่อสร้าง ได้มีการปลูกต้นลั่นทมไว้ประดับบนเขาวังเป็นจำนวนมาก ซึ่งต้นลั่นทมเหล่านั้นได้เติบใหญ่ ยังคงยืนต้นแข็งแรงอยู่บนพระนครคีรีจนถึงทุกวันนี้ ใครได้เคยไปเที่ยว คงได้เห็นกัน

คาดการณ์ว่าในช่วงเวลาเดียวกัน ชาวบ้านในยุคสมัยนั้น อาจเกิดค่านิยมเลียนแบบ จึงได้มีการนำกิ่งลั่นทมมาปักชำในบริเวณนี้บ้าง แต่เนื่องจากที่นี่ไม่มีหมู่บ้านและไม่เหมาะสมที่จะลงหลักปักฐานอาศัยอยู่ถาวร การขยายพันธุ์จึงเป็นลักษณะค่อยเป็นค่อยไป เมื่อมีโอกาสเข้าป่าเพื่อหาของป่า ขึ้นมาบนเขาผ่านแถวนี้ครั้งหนึ่งก็หักกิ่งต้นใหญ่ไปเสียบดินให้ขึ้นเป็นต้นเล็ก ทำซ้ำ ๆ ต่อเนื่องกันยาวนานหลายสิบปี หลายรุ่น จนลานหินเต็มไปด้วยต้นลั่นทมดังปรากฏในปัจจุบัน ซึ่งนักวิ่งในระยะ 25 และ 50 กิโลเมตร จะได้ผ่านลานลั่นทมแห่งนี้

การบริการบนเส้นทางแต่ละจุดมีระยะห่างกันประมาณ 10 กิโลเมตร มีทั้งน้ำดื่มเย็น ๆ เกลือแร่ อาหาร ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ขนมหม้อแกง และที่ขาดไม่ได้คือน้ำตาลสดหวานหอม ซึ่งเป็นของดีเมืองเพชร ให้นักวิ่งได้เติมพลังก่อนไปต่อ

นอกจากนี้ทางผู้จัดยังให้ความสำคัญกับการลดการใช้บรรจุภัณฑ์ประเภทพลาสติก โดยเปลี่ยนมาใช้กระทงที่ทำจากใบตองในการใส่อาหารแทนอีกด้วย ส่วนถ้วยรางวัลทำมาจากก้อนหินแร่ธรรมชาติบรรจุกรอบโครงไม้ตาล ฝีมือชาวเพชรบุรีตั้งแต่ต้นจนจบ เริ่มต้นตั้งแต่ชาวบ้านพุตุมเดินขึ้นเขามุดถ้ำไปหาก้อนแร่ลักษณะเหมาะสม นำมาทำความสะอาดแล้วส่งต่อไปยังช่างทำงานไม้ตาล ออกแบบและประกอบขึ้นเป็นถ้วยรางวัลสำหรับงาน

เหรียญรางวัล ทำจากไม้ตาลไม้สัญลักษณ์ประจำถิ่นเมืองเพชรบุรี ขึ้นรูปเป็นช้อนด้วยฝีมือช่างเมืองเพชรทุกขั้นตอน ประกอบสายห้อยคอแยกสีตามระยะวิ่ง และมีประโยชน์มากไปกว่าแค่ห้อยโชว์ เพราะทางผู้จัดตั้งใจทำให้มันใช้งานได้จริง ๆ

นอกจากทางผู้จัดจะจัดอาหารไว้บริการนักวิ่งในวันเสาร์และวันอาทิตย์แล้ว  หลังรับประทานอาหารเสร็จนักวิ่งทุกคนต้องล้างจานและช้อนให้สะอาดคืนให้กับทางโรงเรียนด้วย (เพราะเด็ก ๆ ต้องใช้ต่อ)

เป็นยังไงกันบ้าง สำหรับงานวิ่งเทรลงานเล็ก ๆ  นี้ ที่นอกจากจะรักษ์โลกแล้ว  ยังนำของดีเมืองเพชรมาให้นักวิ่งทุกคนได้สัมผัสและลิ้มรสอีกด้วย  เรียกได้ว่านอกจากได้ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพแล้ว ยังได้สัมผัสธรรมชาติที่ต้องอาศัยกำลังขาเท่านั้น รวมไปถึงการรวมของอร่อย ของดี ของดังไว้ในงานเดียวกันอีกด้วย

เรื่อง: Onji
อ้างอิง: PET – Pribpree Eco Trai