ทางวิ่งของคุณ ทางรักของเรา

501

ในชีวิตของคนเรานั้นต่างก็มีเส้นทางชีวิตเป็นของตัวเอง ไม่ใช่แค่ในการดำเนินชีวิต แต่ยังหมายถึงเส้นทางการแข่งขันต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของทุกคน ตราบใดที่ยังมียังมีชีวิตอยู่ การแข่งขันก็ยังคงหายใจอยู่เช่นกัน และถ้าผมไม่พบคุณวันนั้น วันนี้ก็คงจะไม่เกิดขึ้น วันที่เราได้สวมแหวนที่นิ้วนาง และให้คำมั่นสัญญาต่อกันว่าจะรักและดูแลกันตลอดไป เพราะการไปพักผ่อนที่สวนสาธารณะของผม ทำให้เราได้พบกัน แล้วคุณล่ะ ได้พบเจอกับคน ๆ นั้นของคุณแล้วหรือยัง

เช้าตรู่วันเสาร์อันสดใส ที่ใจของผมยังคงหม่นหมองกับการนำเสนองานให้กับลูกค้าเมื่อเย็นวันศุกร์ เพราะไม่ว่าผมจะแก้งานอีกสักกี่รอบ ก็ยังไม่สามารถทำให้ลูกค้าพึงพอใจกับการนำเสนอของผมได้ ทั้งยังเพื่อนร่วมงานที่เอาแต่แข่งขันชิงดีชิงเด่น และการแก่งแย่งลูกค้าจากบริษัทหนึ่งมาเป็นของตัวเอง จนส่งผลให้ผมไม่สามารถข่มตาหลับได้ตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงรุ่งสาง และจิตใต้สำนึกของผมก็ต้องทำหน้าที่แทนร่างกายที่เฉื่อยชาด้วยการนำพาร่างไร้วิญญาณของผมมานั่งเพื่อผ่อนคลายที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่งใกล้ที่พัก เพื่อดูผู้คนที่สัญจรผ่านไปมา รวมถึงผู้ที่ตื่นก่อนพระอาทิตย์จะขึ้นเสียอีก ทุกคนมาที่นี่เพื่อออกกำลังกาย หากเป็นผมแล้วนั้น วันนั้นคงไม่เกิดขึ้นแน่ ๆ ผมไม่ใช่คนที่รักสุขภาพเหมือนคนอื่น และมั่นใจได้ว่า ผมคงจะไม่มีวันตื่นก่อนพระอาทิตย์ตรงหัวแน่นอน ก็เพราะมันเป็นวันหยุดและวันแห่งการพักผ่อนซึ่งการพักผ่อนของผมก็คือการนอนและนอน แต่เพราะวันนี้เป็นเหตุสุดวิสัย ผมจึงต้องออกมาสูดอากาศให้สมองปลอดโปร่งบ้าง แม้ว่าจะยังคิดการนำเสนองานไม่ออกก็ตาม  ผมนั่งพักผ่อนอยู่ไม่นาน ก็มีผู้หญิงอายุราวยี่ปลาย ๆ แต่งตัวด้วยชุดออกกำลังกายพร้อมเหงื่อที่อาบไปทั่วร่างกาย และเธอก็กลายเป็นแรงบันดาลในใจการตื่นทุก ๆ เช้าวันเสาร์ของผม เพราะอะไรกัน เธอถึงมีอิทธิพลขนาดนั้น

บทสนทนาเริ่มขึ้นจากความรู้อยากเห็นของเธอ หรือเพราะผมอาจจะแต่งตัวแปลกไม่เหมือนคนอื่นที่มาที่นี่เพื่อจุดประสงค์เดียวคือการออกกำลังกาย ผมจึงเล่าเรื่องราวสิ่งที่เกิดขึ้นให้เธอฟัง ก็เพราะเธออยากรู้นี่นา แต่สิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกยินดีที่ได้รู้จักกับนั้น ก็เพราะอาชีพของเธอ เธอเป็นนักจิตวิทยา อยู่ที่โรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่ง เธอรักการออกกำลังกายมากเป็นชีวิตจิตใจ และเธอตื่นเช้าเพื่อมาวิ่งที่สวนสาธารณะแห่งนี้ทุกวัน ยกเว้นวันอาทิตย์ที่เธอจะต้องเคลียร์งานบ้านและซื้อของต่าง ๆ เข้าบ้าน วันนั้นเธอทำให้ผมรู้สึกถึงความปลอดโปร่งที่ไม่ได้แค่เกิดจากการสูดออกซิเจนยามเช้าเท่านั้น แต่เป็นความสบายใจที่เกิดจากการมีคนรับฟังปัญหาของผม และผมสามารถเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ให้เธอฟังได้อย่างไม่รำคาญใจ ทำให้ในวันนั้นผมรู้สึกสบายใจขึ้นเป็นสองเท่าเพราะเธอ และเธอคือผู้เข้ามามีบทบาทในชีวิตของผมตั้งแต่วันนั้น จนถึงวันนี้ที่เรากำลังจะสวมแหวนให้กัน

หลังจากวันนั้นผมเริ่มตื่นเช้าทุกวันเสาร์เพื่อนั่งพูดคุยและพบกับเธอ หากจะให้ผมตื่นเช้าทุกวันเพื่อมาพบเธอในทันทีผมยังทำไม่ได้ เพราะผมไม่ใช่คนที่ชอบตื่นเช้าอะไร แต่หลังจากนั้นไม่นาน เธอก็สามารถเปลี่ยนแปลงกิจวัตรประจำวันของผม เธอเริ่มชวนผมออกไปวิ่ง ผมรู้สึกไม่ชอบการวิ่งเลย เพราะผมไม่ชอบความร้อนและความเหนียวเหนอะหนะจากเหงื่อไคล  แต่เพราะเธอเป็นนักจิตวิทยายังไงล่ะ เธอสามารถหาวิธีมาหลอกล่อให้ผมตื่นไปวิ่งกับเธอได้ ไม่ใช่แค่เฉพาะในวันเสาร์ แต่เป็นวันอังคาร วันพฤหัสบดีและวันเสาร์ สามวันต่อหนึ่งสัปดาห์เชียว เธอนี่เก่งจริง ๆ ที่สามารถเปลี่ยนความคิดของผมได้ ผมรู้สึกว่าร่างกายแข็งแรงขึ้น ไม่ใช่แค่ร่างกายแต่รวมถึงสภาพจิตใจ ทัศนคติ ความคิดต่างๆของผมก็สดใสขึ้นมาก เพราะเธอคือคนที่เข้ามาเติมเต็มให้ชีวิตและหัวใจของผมสมบูรณ์แบบและสดใสกว่าครั้งไหนในชีวิตที่ผ่านมาของผม

สายน้ำไม่คอยท่า กาลเวลาไม่คอยใคร เราทั้งสองคนตัดสินใจที่จะใช้ชีวิตส่วนที่เหลือด้วยกัน หลังจากวันนั้นจนถึงวันนี้ก็เกือบสองปีแล้วที่ผมและเธอได้รู้จักกัน เราไม่เคยทะเลาะกันรุนแรงเลย เราชอบอะไรหลายๆอย่างเหมือนกัน ละถึงแม้ว่าบางอย่างผมจะไม่ชอบ เธอก็สามารถปรับเปลี่ยนและชักชวนให้ผมชอบได้ เหมือนที่ผมรักและชอบเธอยังไงล่ะ ซึ่งไม่ต่างออะไรกับการวิ่ง เส้นทางวิ่งที่เราร่วมวิ่งด้วยกันตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ไม่สามารถคำนวณระยะทางได้อย่างแน่นอน แต่ผมมั่นใจว่าเส้นทางชีวิตของเราทั้งคู่จะมั่นคง คงอยู่ตลอดไปแน่นอน

เรื่อง: ป.ปัญดา
“ทางวิ่งของคุณ ทางรักของเรา” บทความในโครงการ นักเล่าเรื่องวิ่ง by ThaiRun