7 นาฬิกาวิ่งสำหรับมือใหม่ ราคาไม่แรง

21213

“การวิ่ง” แค่ใส่รองเท้าแล้วออกไปวิ่งก็ได้แล้ว แต่ถ้าหากมีการวางเป้าหมายชัดเจน อยากจะพัฒนาศักยภาพการวิ่งของตัวเอง ก็อาจจะต้องหาตัวช่วยหรืออุปกรณ์เสริมอย่างนาฬิกาวิ่งเข้ามาใช้งานในระหว่างวิ่งไว้สำหรับทำการจับสถิติต่างๆ เพื่อดูข้อมูลการวิ่งของตนเองและนำไปวางแผนโปรแกรมฝึกซ้อมต่างๆ อีกครั้งนึง ไม่เพียงเท่านี้ นาฬิกาวิ่งบางรุ่นก็มีคุณสมบัติต่างๆ มากมายที่จะช่วยให้การวิ่งของเราสนุกขึ้นด้วย และใครที่ไม่รู้ว่าจะใช้นาฬิกาวิ่งรุ่นไหนดี อยากได้ที่ราคาไม่แรง วันนี้เราจะมาแนะนำ 7 นาฬิกาวิ่งสำหรับมือใหม่ ราคาไม่แรง มาแนะนำ ไปดูกันเลย

Xiaomi Amazfit Bip

เป็นนาฬิกาวิ่งจากแบรนด์จีน ซึ่งเดี๋ยวนี้แบรนด์ Xiaomi ก็เป็นที่นิยมในบ้านเราแล้ว ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน, อุปกรณ์ไอทีต่างๆ รวมถึงนาฬิกาวิ่งอย่าง Xiaomi Amazfit Bip ตัวนี้ด้วย ที่มีราคาย่อมเยาว์และตอบโจทย์สำหรับนักวิ่งในการใช้งานในระดับเริ่มต้น มีโหมดออกกำลังกายเพียง 4 แบบ วิ่งกลางแจ้ง, วิ่งในที่ร่ม, ปั่นจักรยาน และ เดิน มี GPS ภายในตัวสามารถติดตามผลระยะทาง, ความเร็ว และเส้นทางการวิ่งได้ อีกทั้งยังมีเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจมาให้อีกด้วย

ส่วนการดีไซน์ก็จะออกแบบสมาร์ทวอช ไม่ได้เป็นแนวกีฬาจ๋า ซึ่งก็สามารถใช้งานเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเพื่อรับการแจ้งเตือนต่างๆ จากสมาร์ทโฟนได้เช่นกัน ที่เด่นที่สุดก็คือ แบตเตอรี่ อยู่ได้นานถึง 45 วัน

ราคา 2,590 บาท

Xiaomi Amazfit Pace

ด้วยคุณภาพที่ค่อนข้างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น GPS ไว้จับระยะทางและเส้นทางวิ่ง ยังมีเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจเข้ามาไว้สำหรับตรวจสอบอัตราการเต้นของหัวใจในขณะวิ่งอีกด้วย สามารถแบ่งโซนหัวใจได้ สำหรับการตรวจจับการออกกำลังกาย Xiaomi Amazfit Pace ถือเป็นนาฬิกาอีกรุ่นที่น่าสนใจ อีกทั้งยังรองรับการออกกำลังกายหลากหลายรูปแบบ อาทิ วิ่ง, เดิน, วิ่งบนลู่ Treadmill, ปั่นจักรยาน, ปีนเขา, วิ่งเทรล

ด้านดีไซน์ก็ค่อนข้างเรียบๆ ดูสวยงามไปอีกแบบ หน้าปัดกว้าง 1.34 นิ้วไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไป ผู้หญิงสามารถใส่ได้ หากไม่ชอบสายที่ติดมากับตัวเครื่องก็สามารถถอดเปลี่ยนสายเองได้

ราคา 4,590 บาท

Xiaomi Amazfit Stratos 2

หากพูดถึงแบรนด์ Xiaomi ไปแล้ว จะไม่พูดถึงรุ่นนี้ก็ไม่ได้ Xiaomi Amazfit Stratos 2 ที่มาในดีไซน์สวยงามทันสมัย มีความทนทานและแข็งแรง ตัวเรือนเป็นสแตนเลส หน้าจอสี มีระบบ GPS ในตัว พร้อมเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ พร้อมกับรองรับการออกกำลังกายที่หลากหลาย แบตเตอรี่สามารถใช้งานต่อเนื่องได้ 5 วัน และใช้งานได้ 35 ชั่วโมงเมื่อเปิด GPS

หากใครที่อยากได้ดีไซน์ที่สวยงาม สามารถใช้ออกงานได้ ใส่ทั้งวัน ตกเย็นมาวิ่งต่อ รุ่นนี้ถือว่าตอบโจทย์เลย โดยเฉพาะผู้ชายที่มักจะโดนใจดีไซน์นี้

ราคา 6,990 บาท

Garmin Forerunner 45

เป็นนาฬิกาวิ่งที่ออกแบบสำหรับมือใหม่ หรือ เน้นการใช้งานเบื้องต้น ซึ่งคุณสมบัติพื้นฐานจัดว่าครบ ไม่ว่าจะเป็น GPS ติดตามเส้นทางกลางแจ้ง ระยะทาง ความเร็ว, การวัดอัตราการเต้นของหัวใจ, โหมดวิ่ง, การวัด VO2Max และยังรองรับ Garmin Coach สามารถสร้างโปรแกรมสำหรับฝึกซ้อมส่วนตัวได้อีกด้วย

การดีไซน์ที่เป็นหน้าปัดกลมตามยุคสมัยสวยงาม ขนาดตัวเรือนที่กระทัดรัด มีน้ำหนักเบา และการแสดงผลเป็นหน้าจอสี ถือเป็นนาฬิกาวิ่งระดับเริ่มต้นที่มีคุณสมบัติพื้นฐานสำหรับการวิ่งเพียงพอ

ราคา 7,790 บาท

Fitbit Ionic

ฟิตบิตจะเป็นสายนาฬิกาแนวฟิตเนส แทรกเกอร์ สำหรับติดตามสุขภาพและการออกกำลังกาย ซึ่งในรุ่นนี้ได้ใส่ GPS เข้ามาด้วย เพื่อเป็นการออกกำลังกายด้วยการวิ่งที่สมบูรณ์แบบขึ้น ทั้งนี้ยังติดตามการนอนหลับได้ ใช้งานร่วมกับแอพ Fitbit บนสมาร์ทโฟนที่รองรับทั้ง iOS และ Android สามารถเชื่อมต่อกับหูฟังไร้สายเพื่อฟังเพลงจากนาฬิกาในขณะออกวิ่งได้อีกด้วย

มีดีไซน์ที่สวยงาม สามารถถอดเปลี่ยนสายได้ กันน้ำ 50 เมตร ใส่ลงว่ายน้ำเพื่อเก็บข้อมูลการว่ายน้ำก็ทำได้สบายๆ และแบตเตอรี่ยังสามารถใช้งานได้นานถึง 5 วัน

ราคา 8,990 บาท

Garmin Forerunner 235

ถึงแม้จะตกรุ่นไปแล้ว แต่ถ้าหากใครที่ยังมองหานาฬิกาวิ่งที่มีฟีเจอร์ค่อนข้างครบครัน Garmin Forerunner 235 ก็ยังตอบโจทย์ได้อยู่ ไม่ว่าจะเป็น GPS ในตัว สำหรับติดตามเส้นทาง, ระยะทาง และ ความเร็ว และเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงการเก็บข้อมูลต่างๆ เพียงพอต่อการพัฒนาศักยภาพการวิ่งแล้ว

ดีไซน์ของรุ่นนี้อาจจะดูเป็นนาฬิกาออกกำลังกายจ๋าๆ เลย แต่ถ้าไม่ซีเรียสเรื่องดีไซน์มา รุ่นนี้ยังเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอยู่

ราคา 8,690 บาท

Garmin Forerunner 245, Forerunner 245 Music

เป็นนาฬิกาวิ่งภาคต่อจาก Forerunner 235 ที่ออกมาในปี 2019 นี้ สำหรับรุ่นนี้ก็ได้นำคุณสมบัติของรุ่นระดับท็อปมาใส่ในนาฬิกาวิ่งรุ่นนี้ด้วย ซึ่งจะทำให้เป็นนาฬิกาวิ่งระดับเริ่มต้นนั้นเต็มรูปแบบมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น GPS ที่มีความแม่นยำมากขึ้น, การวัดอัตราการเต้นของหัวใจ, ความเร็ว, ความเร็วในการก้าวขา, ระยะก้าว, VO2 max, Training Effect ที่จะคอยบอกว่าการฝึกซ้อมในแต่ละครั้งนั้นมีผลทาง Aerobic และ Annerobic อย่างไรบ้าง และยังมี Trainning Load ที่เป็นตัวช่วยในการดูว่าเราฝึกซ้อมออกกำลังกายมากเกินไปหรือไม่ ซึ่งก็จะช่วยให้เราหลีกเลี่ยงสภาวะ Overtraining ได้ อีกทั้งยังรองรับ Garmin Coach สามารถตั้งเป้าหมายเพื่อออกแบบโปรแกรมฝึกซ้อมในแต่ละวันได้

ดีไซน์ที่ดูเป็นนาฬิกาทั่วไปมากขึ้น ทำให้สามารถสวมใส่ออกมาใช้งานในชีวิตประจำวันได้เข้ากับเสื้อผ้ามากขึ้น หน้าจอสี ให้ความคมชัดและสีสันที่สดใส และยังมีรุ่น Music ที่สามารถเชื่อมต่อกับหูฟังเพื่อฟังเพลงจากนาฬิกาได้เลย

ราคา 11,990 บาท (Forerunner 245), 13,990 บาท (Forerunner 245 Music)

หมายเหตุ – ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับโปรโมชั่นหรือร้านค้าที่จำหน่าย

ภาพ:
Xiaomi
Fitbit
Garmin